หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC และ AC มีความแตกต่างกันทั้งในด้านการทำงานและการใช้งาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชาร์จพลังงานให้กับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ดังนี้:
1. ชนิดของไฟฟ้า: AC (Alternating Current): เป็นไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้งานทั่วไปในบ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ โดยไฟฟ้าแบบ AC ต้องผ่านอินเวอร์เตอร์ภายในรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ก่อนที่จะชาร์จแบตเตอรี่ เนื่องจากแบตเตอรี่เก็บพลังงานในรูปของไฟฟ้ากระแสตรง DC (Direct Current): เป็นไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งถูกแปลงเป็น DC แล้วก่อนจะส่งไปที่แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า การชาร์จด้วย DC จะส่งพลังงานตรงไปที่แบตเตอรี่ทันที ไม่ต้องผ่านการแปลงภายในรถ ทำให้การชาร์จรวดเร็วกว่า
3. ขนาดของหัวชาร์จและสถานีชาร์จ: AC Charger: หัวชาร์จและสถานีชาร์จมักจะมีขนาดเล็กกว่า และติดตั้งได้ง่ายในบ้านหรือสถานที่สาธารณะ DC Charger: หัวชาร์จและสถานีชาร์จมีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่า ต้องการระบบจ่ายไฟฟ้าที่มีกำลังสูง รวมถึงสถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม
4. การใช้งาน: AC Charger: เหมาะสำหรับการชาร์จแบบค้างคืนหรือติดตั้งในบ้าน หรือในที่ทำงาน DC Charger: เหมาะสำหรับสถานีชาร์จเร็วที่ต้องการชาร์จในเวลาสั้น ๆ เช่น สถานีชาร์จตามทางหลวง ห้างสรรพสินค้า หรือจุดบริการระหว่างเมือง
สรุปคือ DC Charger มีความเร็วในการชาร์จที่สูงกว่าและเหมาะสำหรับการชาร์จที่รวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดในเรื่องการติดตั้งและค่าใช้จ่าย ส่วน AC Charger เหมาะกับการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จนานกว่าแต่ติดตั้งได้ง่าย
รีวิวใช้จริง
วิธีดู Lumin ว่าเป็นรุ่น AC หรือ DC
9 months ago | [YT] | 3
View 0 replies
รีวิวใช้จริง
ไม่ควรซื้ออย่างยิ่ง ใช้งานยากไม่สะอาด
1 year ago | [YT] | 1
View 0 replies
รีวิวใช้จริง
หัวชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า DC และ AC มีความแตกต่างกันทั้งในด้านการทำงานและการใช้งาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชาร์จพลังงานให้กับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ดังนี้:
1. ชนิดของไฟฟ้า:
AC (Alternating Current): เป็นไฟฟ้ากระแสสลับที่ใช้งานทั่วไปในบ้านหรือสถานที่ต่าง ๆ โดยไฟฟ้าแบบ AC ต้องผ่านอินเวอร์เตอร์ภายในรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อแปลงเป็นไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ก่อนที่จะชาร์จแบตเตอรี่ เนื่องจากแบตเตอรี่เก็บพลังงานในรูปของไฟฟ้ากระแสตรง
DC (Direct Current): เป็นไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งถูกแปลงเป็น DC แล้วก่อนจะส่งไปที่แบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า การชาร์จด้วย DC จะส่งพลังงานตรงไปที่แบตเตอรี่ทันที ไม่ต้องผ่านการแปลงภายในรถ ทำให้การชาร์จรวดเร็วกว่า
2. ความเร็วในการชาร์จ:
AC Charger: มักจะชาร์จด้วยความเร็วต่ำหรือปานกลาง ขึ้นอยู่กับกำลังไฟฟ้า (เช่น 7 kW หรือ 22 kW) มักใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะชาร์จเต็ม เหมาะสำหรับการชาร์จที่บ้านหรือในสถานที่ที่สามารถชาร์จได้นาน ๆ
DC Charger: มีความเร็วในการชาร์จสูงมาก (เช่น 50 kW ขึ้นไป บางครั้งอาจถึง 350 kW) ทำให้ชาร์จได้เร็วกว่า AC อย่างมาก โดยอาจใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหรือน้อยกว่าในการชาร์จไฟจาก 0% ถึง 80% เหมาะสำหรับการชาร์จระหว่างทางที่สถานีชาร์จสาธารณะ
3. ขนาดของหัวชาร์จและสถานีชาร์จ:
AC Charger: หัวชาร์จและสถานีชาร์จมักจะมีขนาดเล็กกว่า และติดตั้งได้ง่ายในบ้านหรือสถานที่สาธารณะ
DC Charger: หัวชาร์จและสถานีชาร์จมีขนาดใหญ่และซับซ้อนกว่า ต้องการระบบจ่ายไฟฟ้าที่มีกำลังสูง รวมถึงสถานที่ติดตั้งที่เหมาะสม
4. การใช้งาน:
AC Charger: เหมาะสำหรับการชาร์จแบบค้างคืนหรือติดตั้งในบ้าน หรือในที่ทำงาน
DC Charger: เหมาะสำหรับสถานีชาร์จเร็วที่ต้องการชาร์จในเวลาสั้น ๆ เช่น สถานีชาร์จตามทางหลวง ห้างสรรพสินค้า หรือจุดบริการระหว่างเมือง
สรุปคือ DC Charger มีความเร็วในการชาร์จที่สูงกว่าและเหมาะสำหรับการชาร์จที่รวดเร็ว แต่มีข้อจำกัดในเรื่องการติดตั้งและค่าใช้จ่าย ส่วน AC Charger เหมาะกับการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน ซึ่งใช้เวลาในการชาร์จนานกว่าแต่ติดตั้งได้ง่าย
1 year ago | [YT] | 1
View 0 replies
รีวิวใช้จริง
Neta x ถือว่าทำราคามาดีเลย ถ้าใครจะซื้อให้รอก่อนเผื่อเขาลดลงอีกนิดนึง ราคานี้วิ่งได้ไกลกว่า Atto 3 ถ้าเพื่อนซื้อจะขอมารีวิวหน่อย
1 year ago | [YT] | 2
View 0 replies
รีวิวใช้จริง
อยากให้มาร้องกันราคาถูกอร่อยด้วย
1 year ago | [YT] | 1
View 0 replies
รีวิวใช้จริง
ฟื้นฟู CRV เก่าของแม่
2 years ago | [YT] | 1
View 0 replies
รีวิวใช้จริง
ติดตั้งระบบ BSD รับชมกันได้แล้วครับผม
4 years ago | [YT] | 2
View 1 reply
รีวิวใช้จริง
ขอบคุณครับ
4 years ago | [YT] | 1
View 2 replies