“คน” คือผู้เปลี่ยนแปลงโลก เราจึงเชื่อมั่นว่าเรื่องราวของผู้คนย่อมนำไปสู่การเรียนรู้ การสร้างพลัง และแรงบันดาลใจ เพื่อก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต THE PEOPLE Co OfficialSubscribe on Website :www.thepeople.co
THE PEOPLE Co Official
บิดาผู้ก่อตั้งประเทศ ผู้สร้างระบอบอำนาจนิยมเบ็ดเสร็จ และผู้นำที่เป็นดั่ง 'พระเจ้า' ของชาวเกาหลีเหนือ.เรื่องราวชีวิตของ 'คิม อิลซุง' เต็มไปด้วยการต่อสู้ วิกฤตการณ์ และความลับที่โลกยังไม่รู้ และยังเป็นคนที่มียังคงมีอำนาจในแดนเหนือของคาบสมุทรเกาหลีเหนือกาลเวลา.วันที่เขาจากไป ข่าวเสียชีวิตของเขาถูกปิดไว้ 34 ชั่วโมง และถือเป็นจุดเปลี่ยนของเกาหลีเหนือ ทั้งมิติเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน.แม้คิมอิลซุงจะจากไปแล้ว แต่รากฐานของประเทศ ปรัชญาจูเช่ แนวคิดการพึ่งพาตนเองเพื่อช่วยเหลือประเทศ การคุมชะตานิวเคลียร์ของโลก และระบบการปกครองแบบเบ็ดเสร็จของคิมอิลซุงได้ถูกส่งต่อมาถึงคิมจงอิล ลูกชาย และผู้นำคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือผู้เป็นหลานอย่างคิมจองอึน.การจากไปของเขาจึงไม่ใช่ 'จุดจบ' แต่คือจุดเริ่มต้นของการสถาปนาตนเองให้กลายเป็น 'ประธานาธิบดีตลอดกาล' ที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจลบเลือนอำนาจไปจากเขาได้.เบื้องหลัง 34 ชั่วโมงแห่งความเงียบงัน และวาระสุดท้ายของผู้นำดั่งพระเจ้า ซ่อนเรื่องราวอะไรไว้บ้าง ร่วมหาคำตอบและย้อนรอยหน้าประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนโลกได้ที่คลิปวิดีโอนี้...รายการ จากไปให้จำ ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต บุคคลสำคัญระดับโลกเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายอย่างไร? และพวกเขาทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้โลกต้องจดจำ แน่นอนว่าหน้าสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกจารึกไว้ด้วยเกียรติยศเสมอไป.The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางสู่ปลายทางของชีวิตเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังฉากทัศน์สุดท้าย ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นวาระสุดท้ายของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป.พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกฉากสุดท้ายในอดีต คือบทเรียนที่โลกไม่มีวันลืม.เนื้อหา & ดำเนินรายการ : ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง.#ThePeople #จากไปให้จำ #คิมอิลซุง #เกาหลีเหนือ #การเมือง #คาบสมุทรเกาหลี #KimIlsung #NorthKorea
1 week ago | [YT] | 18
View 15 replies
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ : จอมเผด็จการผู้อยู่เบื้องหลัง ‘ไมน์ คัมพ์’ คัมภีร์ที่คร่าผู้บริสุทธิ์นับล้านคน!. “ถ้าสงครามนี้พ่ายแพ้... ก็ปล่อยให้ชนชาติต้องพินาศไป เพราะพวกเขาพิสูจน์แล้วว่าอ่อนแอเกินกว่าจะอยู่รอด” คำสั่งเสียอันบ้าคลั่งในวันที่กองทัพแดงของโซเวียตประชิดกรุงเบอร์ลิน คือฉากทัศน์สุดท้ายของชายผู้เคยคิดจะครองโลก . แม้ ‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ (Adolf Hitler) ได้จากไปแล้ว แต่โลกกลับยังจดจำชื่อ วีรกรรม บาดแผล และบทเรียนอันโหดร้ายของเขาได้อย่างชัดเจน เบื้องหลังความทะยานอยากอันน่าสะพรึงในอดีต คือฉากสุดท้ายอันสิ้นไร้ไม้ตอกภายในหลุมหลบภัยใต้ดิน ชายผู้เคยสั่งการกองทัพนับล้าน กลับเลือกจบชีวิตตัวเองลงข้างกายหญิงคนรัก และทิ้งปมปริศนาทฤษฎีสมคบคิดระดับโลกเอาไว้ . ในวันนี้ The People จะพาหาคำตอบว่า เขาคนนี้จากไปอย่างไร ให้เราจดจำเขามาจนถึงทุกวันนี้ ผ่าน ‘ไมน์คัมพ์’ (Mein Kampf) หนังสือที่ถูกนำไปแทนที่คัมภีร์ไบเบิลบนแท่นบูชา บันทึกที่กลั่นกรองจากความแค้นและความเชื่อสุดโต่ง ซึ่งนักวิจารณ์คำนวณไว้ว่า ทุก ๆ หนึ่งคำที่ฮิตเลอร์เขียนต้องแลกมาด้วยชีวิตคนถึง 125 คน และทุกครั้งที่พลิกผ่านไปเพียงหน้าเดียว นั่นหมายถึงความตายของเพื่อนมนุษย์อีกกว่า 4,700 คน! . ‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ จากไปให้จำในรูปแบบไหน ? . เนื้อหา & ดำเนินรายการ : วันวิสาข์ โปทอง ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง. . . รายการ จากไปให้จำ ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต บุคคลสำคัญระดับโลกเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายอย่างไร? และพวกเขาทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้โลกต้องจดจำ แน่นอนว่าหน้าสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกจารึกไว้ด้วยเกียรติยศเสมอไป . The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางสู่ปลายทางของชีวิตเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังฉากทัศน์สุดท้าย ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นวาระสุดท้ายของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป . พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกฉากสุดท้ายในอดีต คือบทเรียนที่โลกไม่มีวันลืม . #ThePeople #จากไปให้จำ #AdolfHitler #อดอล์ฟฮิตเลอร์ #ฮิตเลอร์ #นาซี #MeinKampf #ไมน์คัมพ์ #ประวัติศาสตร์ #WW2 #Podcast
3 weeks ago | [YT] | 16
View 0 replies
‘เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ’ จากเด็กที่เคยโพสต์ขอร้องว่า..."อย่าไปเลย... เลโอ".ปี 2016 เด็กวัย 15 ปีคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ในกรุงบัวโนสไอเรส เขาไม่ได้ร้องไห้เพราะอาร์เจนตินาแพ้ชิลีในรอบชิงชนะเลิศโคปา อเมริก แต่ร้องไห้เพราะชายที่เขารักที่สุดในโลกฟุตบอลกำลังพูดประโยคที่ไม่มีแฟนบอลคนไหนอยากได้ยิน."ผมเลิกเล่นทีมชาติ".มันคือความพ่ายแพ้ในนัดชิงรายการใหญ่ครั้งที่ 4 ของ ลิโอเนล เมสซี และสำหรับเจ้าตัว มันคือความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว แต่คนที่หัวใจสลายไม่แพ้กัน คือเด็กคนหนึ่งที่กำลังไล่ตามความฝันอยู่ในอคาเดมีของริเวอร์ เพลท เด็กคนนั้นชื่อ ‘เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ’.ดาวเตะหมายเลข 10 ฟ้า-ขาว ต้องร้องไห้ ไม่ต่างจากเอ็นโซ่ ที่หัวใจสลาย เชียร์ให้ได้แชมป์ทวีปก็ไม่ได้ แถมนักเตะขวัญใจยังมาเลิกเล่นทีมชาติอีก เขาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้กัปตัน และฮีโร่ของเขา อย่าหันหลังให้ทีมชาติ.“อย่าไปเลยเลโอ การได้เห็นคุณเล่นในสีเสื้อฟ้า-ขาว คือ ความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ในโลก จงอยู่นะ และเล่นฟุตบอลอย่างสนุก”.หกปีต่อมา...เด็กคนเดิม ไม่ต้องส่งข้อความถึงเมสซีผ่าน Facebook อีกแล้ว เพราะเขาได้ยืนอยู่ข้าง ๆ เมสซีในสนามฟุตบอลโลก จนร่วมกันคว้าแชมป์โลกได้ในที่สุด ทั้งที่ก่อนหน้าฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น เขาแทบไม่มีประสบการณ์ในเกมทีมชาติชุดใหญ่เลย เพราะเคยลงเล่นเพียง 3 เกม และมาฟุตบอลโลกครั้งนี้ในฐานะตัวสำรองในแดนกลางของกุยโด โรดริเกซ และเลอันโดร ปาเรเดส แต่สองมิดฟิลด์รุ่นพี่เล่นไม่ออก จนเมื่อเอ็นโซ่ ได้โอกาสก็คว้ามันเอาไว้ได้ จนเมสซี่ ยังต้องเอ่ยปากชม.“ผมรู้จักเอ็นโซ่ดีมาก ๆ จากทั้งในการเล่นทีมชาติ และตอนพบกันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เขาสมควรได้รับมัน (ตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม) เขาคือ เด็กที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเรา”.วันนี้ในฟุตบอลโลก 2026 บทบาทของทั้งคู่เปลี่ยนไปแล้ว เมสซียังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของอาร์เจนตินา แต่ภาระบนสนามกำลังถูกส่งต่อมายังนักเตะรุ่นใหม่ และเอ็นโซ่คือหนึ่งในคนที่ต้องแบกรับมัน.ภาพนั้นปรากฏชัดในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่ออาร์เจนตินาตกเป็นฝ่ายตามหลังอียิปต์ถึง 0-2 ท่ามกลางความเงียบของแฟนบอลทั้งสนาม หลายคนเริ่มคิดว่าเส้นทางป้องกันแชมป์โลกอาจมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว.เมสซีจุดประกายการคัมแบ็ก ขณะที่เอ็นโซ่ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลาง คอยเชื่อมทุกจังหวะ พาทีมกลับคืนสู่เกม ก่อนที่อาร์เจนตินาจะพลิกสถานการณ์จากตามหลังสองประตู แซงชนะ 3-2 ได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ.ชัยชนะนัดนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเกมคัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกมหนึ่งของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่มันยังเป็นภาพสะท้อนของการเดินทางที่ทั้งสองคนมีร่วมกัน.จากเด็กที่เคยโพสต์ขอร้องว่า "อย่าไปเลย เลโอ"วันนี้เขากลายเป็นคนที่ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้การเดินทางครั้งสุดท้ายของฮีโร่ในสีเสื้อฟ้า-ขาว จบลงอย่างงดงามอีกครั้ง .แล้วชีวิตก็หมุนวนอย่างน่าอัศจรรย์ เด็กที่เคยกลัวว่าจะเสียเมสซีไป วันนี้กำลังทำทุกอย่างเพื่อให้โลกได้ดูเมสซีให้นานที่สุด.เด็กคนนั้นชื่อ 'เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ' และบางทีเหตุผลที่เมสซียังมีโอกาสเขียนบทสุดท้ายของตัวเองในฟุตบอลโลก 2026 ก็เพราะวันหนึ่ง เด็กที่เคยนั่งร้องไห้หน้าทีวีเลือกที่จะเติบโตขึ้นมา เพื่อวิ่งเคียงข้างฮีโร่ของตัวเอง.เรื่อง My Name Is x เก่ง หลังเกมภาพ Getty Images.#ThePeople #FIFAWorldCup #Argentina #EnzoFernández #LionelMessi
4 weeks ago | [YT] | 59
View 1 reply
ชายคนหนึ่งใช้ทั้งชีวิต เพื่อไม่เดินซ้ำรอยพ่อ.ฟุตบอลโลกอาจจบลงแล้ว แต่การเดินทางของลูกชายคนหนึ่งไม่มีวันสิ้นสุด.เสียงนกหวีดดังขึ้น พร้อมกับชายวัย 41 ปีที่ยืนนิ่งอยู่กลางสนามดัลลัส อเมริกา เขาร้องไห้ แต่ไม่ได้ฟูมฟาย เพียงแค่ยืนมองเกมฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายในชีวิตของตัวเองค่อย ๆ จบลง.“ความจริง คือ นี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของผม ชีวิตของนักฟุตบอล บางครั้งเราเป็นฝ่ายชนะ บางครั้งเราก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ แต่เราต้องก้าวต่อไป”.นี่คือคำสัมภาษณ์ของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ หลังจากโปรตุเกสพ่ายให้สเปนไป 0-1 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้เส้นทางฟุตบอลโลกของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ ต้องจบลง.ทว่าหากมองย้อนกลับไปยังเส้นทางในโลกลูกหนังของเขา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เกิดที่ชุมชนแออัดบนเกาะมาเดราในโปรตุเกส ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นแรงงานแบบปากกัดตีนถีบ มาเรีย โดโลเรส อาเวโร แม่ของเขาทำงานหนักเป็นทั้งแม่ครัวและแม่บ้าน ทำให้ตอนท้องลูกคนที่ 4 คือ โรนัลโด้ เธอเกือบยุติการตั้งครรภ์ เพราะสถานะทางบ้านที่ค่อนข้างยากจน .ส่วนพ่อของเขา 'ดินิส อาเวโร่' เป็นอดีตทหารผ่านศึกที่เผชิญภาวะบอบช้ำจากสงคราม หลังสงครามในแอฟริกา ก่อนจะจมอยู่กับการติดสุราอย่างหนัก เขาจึงอยากจะใช้อาชีพนักฟุตบอลที่เขาใฝ่ฝันมาทำให้ครอบครัวรอดพ้นจากความยากจนได้.ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องเผชิญกับความสูญเสีย เมื่อพ่อของเขาจากโลกนี้ไปในวัย 53 ปีในวันที่ 6 กันยายน 2005 ด้วยภาวะตับแข็งและเสียชีวิตจากการกินเหล้า ตอนที่โรนัลโด้อายุ 20 ปี .สำหรับโรนัลโด้ พ่อคือคนตลก เป็นนักเล่าเรื่อง แต่สุดท้ายพ่อกลับไม่อยู่ทันเห็นความสำเร็จของเขาได้.“เวลาเมา พ่อผมเป็นคนตลกมาก เขาจะเล่าเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ร้องเพลง แต่พ่อเมา เราเลยไม่ง่ายที่จะได้นั่งคุยกัน หรือทำความรู้จักกับพ่อของผมให้มากกว่านี้ ผมไม่อายที่จะยอมรับว่าจริง ๆ แล้ว ผมไม่เคยได้รู้จักตัวตนของพ่ออย่างลึกซึ้งจากใจจริงเลย เราไม่เคยมีโอกาสได้นั่งคุยกันแบบนั้นเลย"”แล้วเขาไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จทั้งหมดของผม ทั้งในฐานะนักเตะ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และในฐานะพ่อคน”.ขณะที่สำหรับพ่อ โรนัลโด้เป็นลูกที่เขาภูมิใจตลอดมา .“ท่ามกลางทุกคน ผมภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มากๆ ผมจะรอดูรอบชิงชนะเลิศนะ แต่ผมจะไม่ดูเกมใหญ่ๆ หรอก เพราะร่างกายมันรับไม่ไหวที่จะดู มันเป็นความปีติยินดีอย่างยิ่งของผม แต่ตอนนี้เขาอายุ 19 ปีแล้วอยู่ที่สเปน แม่ของเขาคือคนที่คอยสนับสนุนและเป็นเหมือนผู้ช่วยชีวิต เหมือนเป็นบอดี้การ์ดของเขาเลย" พ่อของโรนัลโด้ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนที่จะจากไป.หลังการจากไปของพ่อ โรนัลโด้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ไม่แตะแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เพราะอยากสร้างภาพลักษณ์ของนักกีฬา แต่เพราะเขาเห็นกับตาว่า สิ่งนั้นพรากคนที่เขารักที่สุดไปอย่างไร.จากเด็กชายในบ้านยากจน เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยมากที่สุดคนหนึ่งของโลก.ทุกมื้ออาหารถูกควบคุมทุกชั่วโมงของการพักผ่อนถูกจัดการทุกการฝึกซ้อมทำด้วยมาตรฐานที่สูงกว่าคนอื่นเสมอ.หลายคนมองว่านี่คือความทะเยอทะยาน แต่อีกด้านหนึ่ง มันอาจเป็นวิธีที่ลูกชายคนหนึ่งเลือกใช้ชีวิต เพื่อไม่เดินซ้ำรอยพ่อ.จริงอยู่ที่พ่อของเขาไม่ได้อยู่เห็นทุกความสำเร็จของลูกชาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พ่อคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรนัลโด้ไม่เคยหยุดเดินตามความฝัน.ฟุตบอลโลกย่อมมีวันสิ้นสุด .อาชีพนักฟุตบอลย่อมมีวันอำลา ชัยชนะของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจไม่ใช่การเป็นแชมป์โลกที่เขาไม่เคยได้ครอบครอง .หากคือการใช้ทั้งชีวิต พิสูจน์ว่า แม้เขาจะเกิดจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยบาดแผล เขาก็สามารถเลือกเขียนตอนจบของตัวเองได้.ไม่ว่าพ่อของเขาจะอยู่ที่ไหน ลูกชายคนนี้ ก็คงทำให้เขาภูมิใจได้อีกครั้ง.สามารถดูเส้นทางการเติบโตของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ ได้ที่คลิปฉบับเต็มของรายการโตมาแบบไหน? ได้ในคอมเมนต์.เรื่อง: ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์ภาพ: Getty Images.#ThePeople #Sports #คริสเตียโนโรนัลโด #CristianoRonaldo #นักฟุตบอล #บอลโลก #ฟุตบอลโลก2026
4 weeks ago | [YT] | 40
[ Podcast ] คริสเตียโน โรนัลโด : ชายผู้เปลี่ยนความจนข้นแค้น เป็น ‘เครื่องจักรสังหารประตู’ | โตมาแบบไหน?.บาดแผลจากความยากจนข้นแค้นจนทำให้เกือบไม่ได้ลืมตาดูโลก และการสูญเสียผู้เป็นพ่อจากพิษสุรา คือสิ่งที่หล่อหลอมให้เด็กชายคนหนึ่งเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็น ‘ระเบียบวินัย’ ขั้นสูงสุด.เด็กชายคนนั้นเติบโตมาเป็น ‘คริสเตียโน โรนัลโด’ (Cristiano Ronaldo) ซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาพันล้านคนแรกของโลก ผู้มีผู้ติดตามโซเชียลมีเดียทะลุ 1 พันล้านบัญชี แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่และภาพลักษณ์ที่แสนเพียบพร้อม เขาต้องผ่านการดิ้นรนเพื่อพาครอบครัวหนีความจน และสู้ยิบตากับภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติที่เกือบจะดับฝันอาชีพนักเตะไปตลอดกาล.The People ชวนคุณมาร่วมถอดรหัสรอยต่อของความมุ่งมั่น จากเด็กชายที่ถูกล้อเลียนเรื่องสำเนียงบ้านนอก สู่เครื่องจักรสังหารประตูและไอคอนระดับโลกที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนนับล้าน...รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน.The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป.พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ.แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”.เนื้อหา & ดำเนินรายการ : พาฝัน ศรีเริงหล้าลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง.#ThePeople #โตมาแบบไหน #คริสเตียโนโรนัลโด #CristianoRonaldo #นักฟุตบอล #บอลโลก #ฟุตบอลโลก2026
1 month ago | [YT] | 31
‘เช เกวารา’ เป็นคนประเทศใด? ชมคลิปเต็มได้ที่ https://youtu.be/iigUaFnh7MY?si=Fi7KH...
1 month ago | [YT] | 12
[Podcast] วลาดิมีร์ ปูติน : บุรุษเหล็กผู้น่ายำเกรงแห่งรัสเซีย | โตมาแบบไหน .บทเรียนสำคัญจาก ‘หนู’ ที่หันกลับมาสู้ยิบตาในทางเดินอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อ คือสิ่งที่เด็กชายคนหนึ่งจำฝังใจจนกลายเป็นปรัชญาประจำตัวว่า “อย่าต้อนใครให้จนมุม” .เด็กชายคนนั้นเติบโตมาเป็น ‘วลาดีมีร์ ปูติน’ (Vladimir Putin ) ตัวแทนของผู้นำอำนาจนิยมที่มีบุคลิกลึกลับ คาดเดายาก และแข็งกร้าวที่สุดคนหนึ่ง แต่เบื้องหลังหน้ากากอันเฉยชาของชายผู้กุมบังเหียนรัสเซียมานานกว่าสองทศวรรษ คือบาดแผลลึกและความน่าอดสูในวัยเยาว์ที่โลกไม่เคยรู้.The People ชวนคุณมาร่วมถอดรหัสรอยต่อของความขัดแย้ง จากเด็กชายในอพาร์ตเมนต์รูหนู สู่บุรุษเหล็กแห่งเครมลินที่พร้อมพลิกกระดานการเมืองโลก.‘วลาดีมีร์ ปูติน’ โตมาแบบไหน?.เนื้อหา & ดำเนินรายการ : วันวิสาข์ โปทองลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง.สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ลิงก์วิดีโอในคอมเมนต์...รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน.The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป.พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ.แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”.#ThePeople #โตมาแบบไหน #VladimirPutin #วลาดีมีร์ปูติน #ปูติน #รัสเซีย #KGB #ประวัติศาสตร์ #Podcast
2 months ago | [YT] | 124
View 6 replies
[Podcast] ‘มารี กูร์รี’ โตมาแบบไหน?.“งานวิจัยคือรูปแบบการผจญภัยสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับมนุษย์” .‘มารี กูร์รี’ (Marie Curie) สตรีคนแรกและคนเดียวที่คว้าโนเบลได้ถึง 2 สาขา ร่องรอยของเรเดียมที่เธอค้นพบไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่ยังฝังลึกอยู่ในร่างและกระดูกของเธอที่ยังคงแผ่รังสีต่อเนื่องไปอีกนับพันปีภายใต้โลงตะกั่วหนา การค้นพบของเธอไม่ได้แค่ทำให้มนุษยชาติรู้จักกับธาตุชนิดใหม่ แต่เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิจัยชิ้นนั้นไปชั่วกาล . จากเด็กสาวในกรุงวอร์ซอที่ถูกอำนาจการเมืองสั่งห้ามผู้หญิงเรียนมหาวิทยาลัย สู่การเข้าเรียนใน ‘มหาวิทยาลัยลอยฟ้า’ ที่ต้องแอบสอนกันตามห้องใต้ดินเพื่อหนีตำรวจรัสเซีย เธอต้องยอมทิ้งความฝันของตัวเองนานถึง 7 ปีเพื่อทำงานเป็นครูพี่เลี้ยงส่งเงินให้พี่สาวเรียนต่อ ก่อนจะหอบเงินเก็บอันน้อยนิดมุ่งหน้าสู่ปารีส ประทังชีวิตด้วยเพียงขนมปังและชาจนเป็นลมกลางห้องสมุด แต่ความยากลำบากเหล่านั้น กลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นนักสู้ ที่ยอมสละทุกอย่างเพื่อทำตามฝัน . The People ชวนย้อนกลับไปสำรวจร่องรอยกัมมันตภาพรังสีในสายเลือดของสตรีผู้นี้ ตั้งแต่วันที่เคี่ยวแร่พิตช์เบลนด์ในโรงเรือนหลังคารั่ว ไปจนถึงวันที่เธอต้องยืนหยัดท่ามกลางมรสุมข่าวอื้อฉาว เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานวิทยาศาสตร์และคุณค่าของมนุษย์ ไม่ควรถูกตัดสินเพียงแค่ชีวิตส่วนตัว .และนี่คือเรื่องราวของเธอกับคำถามที่ว่า ‘มารี กูรี’ โตมาแบบไหน?.เนื้อหา & ดำเนินรายการ : วันวิสาข์ โปทองลำดับภาพ : ศุภกิจ สอนสี.สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ลิงก์วิดีโอในคอมเมนต์...รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน.The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป.พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ.แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”.#ThePeople #โตมาแบบไหน #MarieCurie #มารีกูร์รี #ฟิสิกส์ #นักวิทยาศาสตร์ #นักวิทยาศาสตร์หญิง #ประวัติศาสตร์ #โนเบล #รางวัลโนเบล
2 months ago | [YT] | 52
[ Podcast ] ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้เปลี่ยนวิธีคิดของการเมืองไทยไปตลอดกาล.“อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในมือของผู้เล่นที่ร่ำรวย แต่อยู่ในมือของ ‘ผู้กำหนดกติกา’”.บนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย คงมีนักการเมืองเพียงไม่กี่คนที่สร้างจุดเปลี่ยนและทิ้งร่องรอยเอาไว้ได้อย่างลึกซึ้งเทียมเท่า ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้ผลักดันนโยบายอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้าน ที่เปลี่ยนชีวิตคนทั้งประเทศ ไปพร้อม ๆ กับการเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทางการเมืองที่ลุกลามจนกลายเป็นรอยร้าวลึกในสังคมไทย เขาไม่ได้แค่ชนะการเลือกตั้ง แต่เปลี่ยนวิธีคิดของการเมืองไทยไปตลอดกาล.จากเด็กชายที่ช่วยครอบครัวฉีกตั๋วหน้าโรงภาพยนตร์ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สอนให้รู้จักอารมณ์ความต้องการของชนชั้นแรงงานอย่างทะลุปรุโปร่ง สู่นายตำรวจหนุ่มที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้สินจากการทำธุรกิจ จนต้องเดิมพันครั้งใหญ่ทิ้งยศข้าราชการเพื่อกระโจนเข้าสู่โลกธุรกิจเต็มตัว และก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีโทรคมนาคม ก่อนจะตัดสินใจทิ้งอาณาจักรธุรกิจเพื่อกระโจนสู่สนามการเมืองที่ดุเดือด.คราวนี้ The People จึงอยากชวนผู้ชมทุกท่านหวนกลับไปดูชีวิตของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ ว่ารหัสลับทางพันธุกรรมแห่งการไม่ยอมแพ้ และการผสานกันระหว่าง ‘เท้าที่ติดดิน’ กับ ‘ตาที่มองดูดาว’ นั้นถูกก่อร่างขึ้นมาได้อย่างไร.‘ทักษิณ ชินวัตร’ โตมาแบบไหน?.เนื้อหา & ดำเนินรายการ : พาฝัน ศรีเริงหล้าลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง.สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ลิงก์วิดีโอในคอมเมนต์...รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน.The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป.พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ.แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”.ภาพ : Getty Images, Nationphoto, thaksinofficial และ หอภาพยนตร์.#ThePeople #โตมาแบบไหน #ThaksinShinawatra #ทักษิณ_ชินวัตร #ทักษิณ #การเมืองไทย
View 13 replies
[ Podcast ] ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ ราชันต้องคำสาป.“ลึก ๆ แล้ว ผมคือหนึ่งในคนที่โดดเดี่ยวที่สุดบนโลกใบนี้มีบางคืนที่ผมได้แต่ร้องไห้ เพราะความเจ็บปวดนั้นเกินจะกลั้นไว้เอาตรง ๆ เลยนะ การเป็นผม มันเจ็บปวดเหลือเกิน”.บนโลกใบนี้คงมีศิลปินเพียงไม่กี่ชื่อที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในแทบทุกผลงานที่เผยแพร่ออกมา คงมีไม่กี่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ราชา’ ในหนทางของตน และคงมีไม่กี่ชื่ออีกเช่นกันที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความสำเร็จเทียบเท่ากับ ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ (Michael Jackson).ไม่ว่าจะเป็นขีดเขียนเนื้อเพลงและสรรค์สร้างท่วงทำนองสั่นสะท้านโลกดนตรีในแทบทุกแทร็กของอัลบั้ม อิทธิพลที่ไม่เพียงสั่นสะเทือนโลกดนตรี แต่ยังรวมไปถึงแฟชั่นและป็อปคัลเจอร์ ไปจนถึงลีลาการเต้นที่ไม่ต่างอะไรจากเวทมนตร์ จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ชื่อของ ไมเคิล แจ็คสัน จะถูกจารึกเอาไว้ว่าเป็น ‘ราชันแห่งป็อป’ (King of Pop).จากอั้ลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง Off The Wall (1979) ประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่มีใครโค่นล้มใน Thriller (1982) ระเบิดความสำเร็จอีกครั้งใน Bad (1987) และตอกย้ำความเป็นราชันอย่างแท้จริงใน Dangerous (1991) ไมเคิล แจ็คสัน ได้พิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนคือศิลปินเดี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกใบนี้เคยมีมา.แต่เบื้องหลังของการเป็นราชันนั้นล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยบาดแผลและรอยร้าว เพราะชีวิตของไมเคิล แจ็คสัน นั้นถูกบ่มเพาะมาด้วยวัยเด็กที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นพ่อที่เข้มงวด เยือกเย็น และโหดร้าย ไปจนถึงอุตสาหกรรมดนตรีที่พรากเอาชีวิตวัยเด็กของตัวเขาไปหมดสิ้น ไปจนถึงหนทางของตัวเขาเองในอนาคต ที่โรยไปด้วยสารพัดปัญหาที่ตัวเขาเองต้องต่อสู้จนวันสุดท้ายของชีวิต .คราวนี้ The People จึงอยากชวนผู้ชมทุกท่านหวนกลับไปดูชีวิตของราชันเพลงป็อป ว่าความสำเร็จของเขาถูกก่อร่างขึ้นด้วยบาดแผลและความเจ็บปวดหน้าตาแบบไหน อีกทั้งตลอดชีวิตยังถูกพันธนาการด้วยปัญหาไม่ว่างเว้น จนทำให้ยากจะอดคิดว่า “หรือนี่คือคำสาปของการเป็นราชัน?”.‘ไมเคิล แจ็คสัน’ โตมาแบบไหน?.เนื้อหา & ดำเนินรายการ : รัฐฐกรณ์ ศิริฤกษ์ลำดับภาพ : ศุภกิจ สอนสี.สามารถรับชมวิดีโอ ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ โตมาแบบไหน? ได้ที่นี่https://www.youtube.com/watch?v=7XXVq... รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน.The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป.พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ.แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”.#ThePeople #โตมาแบบไหน #MichaelJackson #ไมเคิล_แจ็คสัน #Michael #Music #ดนตรี #KingofPop
3 months ago | [YT] | 22
Load more
THE PEOPLE Co Official
บิดาผู้ก่อตั้งประเทศ ผู้สร้างระบอบอำนาจนิยมเบ็ดเสร็จ และผู้นำที่เป็นดั่ง 'พระเจ้า' ของชาวเกาหลีเหนือ
.
เรื่องราวชีวิตของ 'คิม อิลซุง' เต็มไปด้วยการต่อสู้ วิกฤตการณ์ และความลับที่โลกยังไม่รู้ และยังเป็นคนที่มียังคงมีอำนาจในแดนเหนือของคาบสมุทรเกาหลีเหนือกาลเวลา
.
วันที่เขาจากไป ข่าวเสียชีวิตของเขาถูกปิดไว้ 34 ชั่วโมง และถือเป็นจุดเปลี่ยนของเกาหลีเหนือ ทั้งมิติเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
.
แม้คิมอิลซุงจะจากไปแล้ว แต่รากฐานของประเทศ ปรัชญาจูเช่ แนวคิดการพึ่งพาตนเองเพื่อช่วยเหลือประเทศ การคุมชะตานิวเคลียร์ของโลก และระบบการปกครองแบบเบ็ดเสร็จของคิมอิลซุงได้ถูกส่งต่อมาถึงคิมจงอิล ลูกชาย และผู้นำคนปัจจุบันของเกาหลีเหนือผู้เป็นหลานอย่างคิมจองอึน
.
การจากไปของเขาจึงไม่ใช่ 'จุดจบ' แต่คือจุดเริ่มต้นของการสถาปนาตนเองให้กลายเป็น 'ประธานาธิบดีตลอดกาล' ที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจลบเลือนอำนาจไปจากเขาได้
.
เบื้องหลัง 34 ชั่วโมงแห่งความเงียบงัน และวาระสุดท้ายของผู้นำดั่งพระเจ้า ซ่อนเรื่องราวอะไรไว้บ้าง ร่วมหาคำตอบและย้อนรอยหน้าประวัติศาสตร์ที่สั่นสะเทือนโลกได้ที่คลิปวิดีโอนี้
.
.
.
รายการ จากไปให้จำ ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต บุคคลสำคัญระดับโลกเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายอย่างไร? และพวกเขาทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้โลกต้องจดจำ แน่นอนว่าหน้าสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกจารึกไว้ด้วยเกียรติยศเสมอไป
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางสู่ปลายทางของชีวิตเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังฉากทัศน์สุดท้าย ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นวาระสุดท้ายของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกฉากสุดท้ายในอดีต คือบทเรียนที่โลกไม่มีวันลืม
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์
ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง
.
#ThePeople #จากไปให้จำ #คิมอิลซุง #เกาหลีเหนือ #การเมือง #คาบสมุทรเกาหลี #KimIlsung #NorthKorea
1 week ago | [YT] | 18
View 15 replies
THE PEOPLE Co Official
อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ : จอมเผด็จการผู้อยู่เบื้องหลัง ‘ไมน์ คัมพ์’ คัมภีร์ที่คร่าผู้บริสุทธิ์นับล้านคน!
.
“ถ้าสงครามนี้พ่ายแพ้... ก็ปล่อยให้ชนชาติต้องพินาศไป เพราะพวกเขาพิสูจน์แล้วว่าอ่อนแอเกินกว่าจะอยู่รอด” คำสั่งเสียอันบ้าคลั่งในวันที่กองทัพแดงของโซเวียตประชิดกรุงเบอร์ลิน คือฉากทัศน์สุดท้ายของชายผู้เคยคิดจะครองโลก
.
แม้ ‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ (Adolf Hitler) ได้จากไปแล้ว แต่โลกกลับยังจดจำชื่อ วีรกรรม บาดแผล และบทเรียนอันโหดร้ายของเขาได้อย่างชัดเจน เบื้องหลังความทะยานอยากอันน่าสะพรึงในอดีต คือฉากสุดท้ายอันสิ้นไร้ไม้ตอกภายในหลุมหลบภัยใต้ดิน ชายผู้เคยสั่งการกองทัพนับล้าน กลับเลือกจบชีวิตตัวเองลงข้างกายหญิงคนรัก และทิ้งปมปริศนาทฤษฎีสมคบคิดระดับโลกเอาไว้
.
ในวันนี้ The People จะพาหาคำตอบว่า เขาคนนี้จากไปอย่างไร ให้เราจดจำเขามาจนถึงทุกวันนี้ ผ่าน ‘ไมน์คัมพ์’ (Mein Kampf) หนังสือที่ถูกนำไปแทนที่คัมภีร์ไบเบิลบนแท่นบูชา บันทึกที่กลั่นกรองจากความแค้นและความเชื่อสุดโต่ง ซึ่งนักวิจารณ์คำนวณไว้ว่า ทุก ๆ หนึ่งคำที่ฮิตเลอร์เขียนต้องแลกมาด้วยชีวิตคนถึง 125 คน และทุกครั้งที่พลิกผ่านไปเพียงหน้าเดียว นั่นหมายถึงความตายของเพื่อนมนุษย์อีกกว่า 4,700 คน!
.
‘อดอล์ฟ ฮิตเลอร์’ จากไปให้จำในรูปแบบไหน ?
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : วันวิสาข์ โปทอง
ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง
.
.
.
รายการ จากไปให้จำ ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต บุคคลสำคัญระดับโลกเผชิญหน้ากับวาระสุดท้ายอย่างไร? และพวกเขาทิ้งร่องรอยอะไรไว้ให้โลกต้องจดจำ แน่นอนว่าหน้าสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ไม่ได้ถูกจารึกไว้ด้วยเกียรติยศเสมอไป
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางสู่ปลายทางของชีวิตเหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังฉากทัศน์สุดท้าย ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นวาระสุดท้ายของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกฉากสุดท้ายในอดีต คือบทเรียนที่โลกไม่มีวันลืม
.
#ThePeople #จากไปให้จำ #AdolfHitler #อดอล์ฟฮิตเลอร์ #ฮิตเลอร์ #นาซี #MeinKampf #ไมน์คัมพ์ #ประวัติศาสตร์ #WW2 #Podcast
3 weeks ago | [YT] | 16
View 0 replies
THE PEOPLE Co Official
‘เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ’ จากเด็กที่เคยโพสต์ขอร้องว่า...
"อย่าไปเลย... เลโอ"
.
ปี 2016 เด็กวัย 15 ปีคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์ในกรุงบัวโนสไอเรส เขาไม่ได้ร้องไห้เพราะอาร์เจนตินาแพ้ชิลีในรอบชิงชนะเลิศโคปา อเมริก แต่ร้องไห้เพราะชายที่เขารักที่สุดในโลกฟุตบอลกำลังพูดประโยคที่ไม่มีแฟนบอลคนไหนอยากได้ยิน
.
"ผมเลิกเล่นทีมชาติ"
.
มันคือความพ่ายแพ้ในนัดชิงรายการใหญ่ครั้งที่ 4 ของ ลิโอเนล เมสซี และสำหรับเจ้าตัว มันคือความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว แต่คนที่หัวใจสลายไม่แพ้กัน คือเด็กคนหนึ่งที่กำลังไล่ตามความฝันอยู่ในอคาเดมีของริเวอร์ เพลท เด็กคนนั้นชื่อ ‘เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ’
.
ดาวเตะหมายเลข 10 ฟ้า-ขาว ต้องร้องไห้ ไม่ต่างจากเอ็นโซ่ ที่หัวใจสลาย เชียร์ให้ได้แชมป์ทวีปก็ไม่ได้ แถมนักเตะขวัญใจยังมาเลิกเล่นทีมชาติอีก เขาโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้กัปตัน และฮีโร่ของเขา อย่าหันหลังให้ทีมชาติ
.
“อย่าไปเลยเลโอ การได้เห็นคุณเล่นในสีเสื้อฟ้า-ขาว คือ ความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ในโลก จงอยู่นะ และเล่นฟุตบอลอย่างสนุก”
.
หกปีต่อมา...
เด็กคนเดิม ไม่ต้องส่งข้อความถึงเมสซีผ่าน Facebook อีกแล้ว เพราะเขาได้ยืนอยู่ข้าง ๆ เมสซีในสนามฟุตบอลโลก จนร่วมกันคว้าแชมป์โลกได้ในที่สุด ทั้งที่ก่อนหน้าฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น เขาแทบไม่มีประสบการณ์ในเกมทีมชาติชุดใหญ่เลย เพราะเคยลงเล่นเพียง 3 เกม และมาฟุตบอลโลกครั้งนี้ในฐานะตัวสำรองในแดนกลางของกุยโด โรดริเกซ และเลอันโดร ปาเรเดส แต่สองมิดฟิลด์รุ่นพี่เล่นไม่ออก จนเมื่อเอ็นโซ่ ได้โอกาสก็คว้ามันเอาไว้ได้ จนเมสซี่ ยังต้องเอ่ยปากชม
.
“ผมรู้จักเอ็นโซ่ดีมาก ๆ จากทั้งในการเล่นทีมชาติ และตอนพบกันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เขาสมควรได้รับมัน (ตำแหน่งนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม) เขาคือ เด็กที่น่าตื่นตาตื่นใจ และเป็นผู้เล่นคนสำคัญของเรา”
.
วันนี้ในฟุตบอลโลก 2026 บทบาทของทั้งคู่เปลี่ยนไปแล้ว เมสซียังคงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณของอาร์เจนตินา แต่ภาระบนสนามกำลังถูกส่งต่อมายังนักเตะรุ่นใหม่ และเอ็นโซ่คือหนึ่งในคนที่ต้องแบกรับมัน
.
ภาพนั้นปรากฏชัดในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่ออาร์เจนตินาตกเป็นฝ่ายตามหลังอียิปต์ถึง 0-2 ท่ามกลางความเงียบของแฟนบอลทั้งสนาม หลายคนเริ่มคิดว่าเส้นทางป้องกันแชมป์โลกอาจมาถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
.
เมสซีจุดประกายการคัมแบ็ก ขณะที่เอ็นโซ่ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลาง คอยเชื่อมทุกจังหวะ พาทีมกลับคืนสู่เกม ก่อนที่อาร์เจนตินาจะพลิกสถานการณ์จากตามหลังสองประตู แซงชนะ 3-2 ได้อย่างเหลือเชื่อ พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ
.
ชัยชนะนัดนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงเกมคัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเกมหนึ่งของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่มันยังเป็นภาพสะท้อนของการเดินทางที่ทั้งสองคนมีร่วมกัน
.
จากเด็กที่เคยโพสต์ขอร้องว่า
"อย่าไปเลย เลโอ"
วันนี้เขากลายเป็นคนที่ต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้การเดินทางครั้งสุดท้ายของฮีโร่ในสีเสื้อฟ้า-ขาว จบลงอย่างงดงามอีกครั้ง
.
แล้วชีวิตก็หมุนวนอย่างน่าอัศจรรย์ เด็กที่เคยกลัวว่าจะเสียเมสซีไป วันนี้กำลังทำทุกอย่างเพื่อให้โลกได้ดูเมสซีให้นานที่สุด
.
เด็กคนนั้นชื่อ 'เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ' และบางทีเหตุผลที่เมสซียังมีโอกาสเขียนบทสุดท้ายของตัวเองในฟุตบอลโลก 2026 ก็เพราะวันหนึ่ง เด็กที่เคยนั่งร้องไห้หน้าทีวีเลือกที่จะเติบโตขึ้นมา เพื่อวิ่งเคียงข้างฮีโร่ของตัวเอง
.
เรื่อง My Name Is x เก่ง หลังเกม
ภาพ Getty Images
.
#ThePeople #FIFAWorldCup #Argentina #EnzoFernández #LionelMessi
4 weeks ago | [YT] | 59
View 1 reply
THE PEOPLE Co Official
ชายคนหนึ่งใช้ทั้งชีวิต เพื่อไม่เดินซ้ำรอยพ่อ
.
ฟุตบอลโลกอาจจบลงแล้ว แต่การเดินทางของลูกชายคนหนึ่งไม่มีวันสิ้นสุด
.
เสียงนกหวีดดังขึ้น พร้อมกับชายวัย 41 ปีที่ยืนนิ่งอยู่กลางสนามดัลลัส อเมริกา เขาร้องไห้ แต่ไม่ได้ฟูมฟาย เพียงแค่ยืนมองเกมฟุตบอลโลกนัดสุดท้ายในชีวิตของตัวเองค่อย ๆ จบลง
.
“ความจริง คือ นี่คือฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของผม ชีวิตของนักฟุตบอล บางครั้งเราเป็นฝ่ายชนะ บางครั้งเราก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้ แต่เราต้องก้าวต่อไป”
.
นี่คือคำสัมภาษณ์ของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ หลังจากโปรตุเกสพ่ายให้สเปนไป 0-1 ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ทำให้เส้นทางฟุตบอลโลกของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ ต้องจบลง
.
ทว่าหากมองย้อนกลับไปยังเส้นทางในโลกลูกหนังของเขา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เกิดที่ชุมชนแออัดบนเกาะมาเดราในโปรตุเกส ครอบครัวของเขาเป็นชนชั้นแรงงานแบบปากกัดตีนถีบ มาเรีย โดโลเรส อาเวโร แม่ของเขาทำงานหนักเป็นทั้งแม่ครัวและแม่บ้าน ทำให้ตอนท้องลูกคนที่ 4 คือ โรนัลโด้ เธอเกือบยุติการตั้งครรภ์ เพราะสถานะทางบ้านที่ค่อนข้างยากจน
.
ส่วนพ่อของเขา 'ดินิส อาเวโร่' เป็นอดีตทหารผ่านศึกที่เผชิญภาวะบอบช้ำจากสงคราม หลังสงครามในแอฟริกา ก่อนจะจมอยู่กับการติดสุราอย่างหนัก เขาจึงอยากจะใช้อาชีพนักฟุตบอลที่เขาใฝ่ฝันมาทำให้ครอบครัวรอดพ้นจากความยากจนได้
.
ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องเผชิญกับความสูญเสีย เมื่อพ่อของเขาจากโลกนี้ไปในวัย 53 ปีในวันที่ 6 กันยายน 2005 ด้วยภาวะตับแข็งและเสียชีวิตจากการกินเหล้า ตอนที่โรนัลโด้อายุ 20 ปี
.
สำหรับโรนัลโด้ พ่อคือคนตลก เป็นนักเล่าเรื่อง แต่สุดท้ายพ่อกลับไม่อยู่ทันเห็นความสำเร็จของเขาได้
.
“เวลาเมา พ่อผมเป็นคนตลกมาก เขาจะเล่าเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ร้องเพลง แต่พ่อเมา เราเลยไม่ง่ายที่จะได้นั่งคุยกัน หรือทำความรู้จักกับพ่อของผมให้มากกว่านี้ ผมไม่อายที่จะยอมรับว่าจริง ๆ แล้ว ผมไม่เคยได้รู้จักตัวตนของพ่ออย่างลึกซึ้งจากใจจริงเลย เราไม่เคยมีโอกาสได้นั่งคุยกันแบบนั้นเลย"
”แล้วเขาไม่มีโอกาสได้เห็นความสำเร็จทั้งหมดของผม ทั้งในฐานะนักเตะ ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และในฐานะพ่อคน”
.
ขณะที่สำหรับพ่อ โรนัลโด้เป็นลูกที่เขาภูมิใจตลอดมา
.
“ท่ามกลางทุกคน ผมภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มากๆ ผมจะรอดูรอบชิงชนะเลิศนะ แต่ผมจะไม่ดูเกมใหญ่ๆ หรอก เพราะร่างกายมันรับไม่ไหวที่จะดู มันเป็นความปีติยินดีอย่างยิ่งของผม แต่ตอนนี้เขาอายุ 19 ปีแล้วอยู่ที่สเปน แม่ของเขาคือคนที่คอยสนับสนุนและเป็นเหมือนผู้ช่วยชีวิต เหมือนเป็นบอดี้การ์ดของเขาเลย" พ่อของโรนัลโด้ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนที่จะจากไป
.
หลังการจากไปของพ่อ โรนัลโด้ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ไม่แตะแอลกอฮอล์ ไม่ใช่เพราะอยากสร้างภาพลักษณ์ของนักกีฬา แต่เพราะเขาเห็นกับตาว่า สิ่งนั้นพรากคนที่เขารักที่สุดไปอย่างไร
.
จากเด็กชายในบ้านยากจน เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยมากที่สุดคนหนึ่งของโลก
.
ทุกมื้ออาหารถูกควบคุม
ทุกชั่วโมงของการพักผ่อนถูกจัดการ
ทุกการฝึกซ้อมทำด้วยมาตรฐานที่สูงกว่าคนอื่นเสมอ
.
หลายคนมองว่านี่คือความทะเยอทะยาน แต่อีกด้านหนึ่ง มันอาจเป็นวิธีที่ลูกชายคนหนึ่งเลือกใช้ชีวิต เพื่อไม่เดินซ้ำรอยพ่อ
.
จริงอยู่ที่พ่อของเขาไม่ได้อยู่เห็นทุกความสำเร็จของลูกชาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พ่อคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้โรนัลโด้ไม่เคยหยุดเดินตามความฝัน
.
ฟุตบอลโลกย่อมมีวันสิ้นสุด
.
อาชีพนักฟุตบอลย่อมมีวันอำลา ชัยชนะของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจไม่ใช่การเป็นแชมป์โลกที่เขาไม่เคยได้ครอบครอง
.
หากคือการใช้ทั้งชีวิต พิสูจน์ว่า แม้เขาจะเกิดจากครอบครัวที่เต็มไปด้วยบาดแผล เขาก็สามารถเลือกเขียนตอนจบของตัวเองได้
.
ไม่ว่าพ่อของเขาจะอยู่ที่ไหน ลูกชายคนนี้ ก็คงทำให้เขาภูมิใจได้อีกครั้ง
.
สามารถดูเส้นทางการเติบโตของ ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ ได้ที่คลิปฉบับเต็มของรายการโตมาแบบไหน? ได้ในคอมเมนต์
.
เรื่อง: ณัฐธนีย์ ลิ้มวัฒนาพันธ์
ภาพ: Getty Images
.
#ThePeople #Sports #คริสเตียโนโรนัลโด #CristianoRonaldo #นักฟุตบอล #บอลโลก #ฟุตบอลโลก2026
4 weeks ago | [YT] | 40
View 1 reply
THE PEOPLE Co Official
[ Podcast ] คริสเตียโน โรนัลโด : ชายผู้เปลี่ยนความจนข้นแค้น เป็น ‘เครื่องจักรสังหารประตู’ | โตมาแบบไหน?
.
บาดแผลจากความยากจนข้นแค้นจนทำให้เกือบไม่ได้ลืมตาดูโลก และการสูญเสียผู้เป็นพ่อจากพิษสุรา คือสิ่งที่หล่อหลอมให้เด็กชายคนหนึ่งเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็น ‘ระเบียบวินัย’ ขั้นสูงสุด
.
เด็กชายคนนั้นเติบโตมาเป็น ‘คริสเตียโน โรนัลโด’ (Cristiano Ronaldo) ซูเปอร์สตาร์และนักกีฬาพันล้านคนแรกของโลก ผู้มีผู้ติดตามโซเชียลมีเดียทะลุ 1 พันล้านบัญชี แต่เบื้องหลังความยิ่งใหญ่และภาพลักษณ์ที่แสนเพียบพร้อม เขาต้องผ่านการดิ้นรนเพื่อพาครอบครัวหนีความจน และสู้ยิบตากับภาวะหัวใจเต้นเร็วผิดปกติที่เกือบจะดับฝันอาชีพนักเตะไปตลอดกาล
.
The People ชวนคุณมาร่วมถอดรหัสรอยต่อของความมุ่งมั่น จากเด็กชายที่ถูกล้อเลียนเรื่องสำเนียงบ้านนอก สู่เครื่องจักรสังหารประตูและไอคอนระดับโลกที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนนับล้าน
.
.
.
รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ
.
แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : พาฝัน ศรีเริงหล้า
ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง
.
#ThePeople #โตมาแบบไหน #คริสเตียโนโรนัลโด #CristianoRonaldo #นักฟุตบอล #บอลโลก #ฟุตบอลโลก2026
1 month ago | [YT] | 31
View 0 replies
THE PEOPLE Co Official
‘เช เกวารา’ เป็นคนประเทศใด?
ชมคลิปเต็มได้ที่ https://youtu.be/iigUaFnh7MY?si=Fi7KH...
1 month ago | [YT] | 12
View 0 replies
THE PEOPLE Co Official
[Podcast] วลาดิมีร์ ปูติน : บุรุษเหล็กผู้น่ายำเกรงแห่งรัสเซีย | โตมาแบบไหน
.
บทเรียนสำคัญจาก ‘หนู’ ที่หันกลับมาสู้ยิบตาในทางเดินอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อ คือสิ่งที่เด็กชายคนหนึ่งจำฝังใจจนกลายเป็นปรัชญาประจำตัวว่า “อย่าต้อนใครให้จนมุม”
.
เด็กชายคนนั้นเติบโตมาเป็น ‘วลาดีมีร์ ปูติน’ (Vladimir Putin ) ตัวแทนของผู้นำอำนาจนิยมที่มีบุคลิกลึกลับ คาดเดายาก และแข็งกร้าวที่สุดคนหนึ่ง แต่เบื้องหลังหน้ากากอันเฉยชาของชายผู้กุมบังเหียนรัสเซียมานานกว่าสองทศวรรษ คือบาดแผลลึกและความน่าอดสูในวัยเยาว์ที่โลกไม่เคยรู้
.
The People ชวนคุณมาร่วมถอดรหัสรอยต่อของความขัดแย้ง จากเด็กชายในอพาร์ตเมนต์รูหนู สู่บุรุษเหล็กแห่งเครมลินที่พร้อมพลิกกระดานการเมืองโลก
.
‘วลาดีมีร์ ปูติน’ โตมาแบบไหน?
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : วันวิสาข์ โปทอง
ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง
.
สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ลิงก์วิดีโอในคอมเมนต์
.
.
.
รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ
.
แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”
.
#ThePeople #โตมาแบบไหน #VladimirPutin #วลาดีมีร์ปูติน #ปูติน #รัสเซีย #KGB #ประวัติศาสตร์ #Podcast
2 months ago | [YT] | 124
View 6 replies
THE PEOPLE Co Official
[Podcast] ‘มารี กูร์รี’ โตมาแบบไหน?
.
“งานวิจัยคือรูปแบบการผจญภัยสุดท้ายที่เหลืออยู่สำหรับมนุษย์”
.
‘มารี กูร์รี’ (Marie Curie) สตรีคนแรกและคนเดียวที่คว้าโนเบลได้ถึง 2 สาขา ร่องรอยของเรเดียมที่เธอค้นพบไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่ยังฝังลึกอยู่ในร่างและกระดูกของเธอที่ยังคงแผ่รังสีต่อเนื่องไปอีกนับพันปีภายใต้โลงตะกั่วหนา การค้นพบของเธอไม่ได้แค่ทำให้มนุษยชาติรู้จักกับธาตุชนิดใหม่ แต่เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิจัยชิ้นนั้นไปชั่วกาล
.
จากเด็กสาวในกรุงวอร์ซอที่ถูกอำนาจการเมืองสั่งห้ามผู้หญิงเรียนมหาวิทยาลัย สู่การเข้าเรียนใน ‘มหาวิทยาลัยลอยฟ้า’ ที่ต้องแอบสอนกันตามห้องใต้ดินเพื่อหนีตำรวจรัสเซีย เธอต้องยอมทิ้งความฝันของตัวเองนานถึง 7 ปีเพื่อทำงานเป็นครูพี่เลี้ยงส่งเงินให้พี่สาวเรียนต่อ ก่อนจะหอบเงินเก็บอันน้อยนิดมุ่งหน้าสู่ปารีส ประทังชีวิตด้วยเพียงขนมปังและชาจนเป็นลมกลางห้องสมุด แต่ความยากลำบากเหล่านั้น กลับหล่อหลอมให้เธอกลายเป็นนักสู้ ที่ยอมสละทุกอย่างเพื่อทำตามฝัน
.
The People ชวนย้อนกลับไปสำรวจร่องรอยกัมมันตภาพรังสีในสายเลือดของสตรีผู้นี้ ตั้งแต่วันที่เคี่ยวแร่พิตช์เบลนด์ในโรงเรือนหลังคารั่ว ไปจนถึงวันที่เธอต้องยืนหยัดท่ามกลางมรสุมข่าวอื้อฉาว เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานวิทยาศาสตร์และคุณค่าของมนุษย์ ไม่ควรถูกตัดสินเพียงแค่ชีวิตส่วนตัว
.
และนี่คือเรื่องราวของเธอกับคำถามที่ว่า ‘มารี กูรี’ โตมาแบบไหน?
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : วันวิสาข์ โปทอง
ลำดับภาพ : ศุภกิจ สอนสี
.
สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ลิงก์วิดีโอในคอมเมนต์
.
.
.
รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ
.
แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”
.
#ThePeople #โตมาแบบไหน #MarieCurie #มารีกูร์รี #ฟิสิกส์ #นักวิทยาศาสตร์ #นักวิทยาศาสตร์หญิง #ประวัติศาสตร์ #โนเบล #รางวัลโนเบล
2 months ago | [YT] | 52
View 1 reply
THE PEOPLE Co Official
[ Podcast ] ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้เปลี่ยนวิธีคิดของการเมืองไทยไปตลอดกาล
.
“อำนาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในมือของผู้เล่นที่ร่ำรวย แต่อยู่ในมือของ ‘ผู้กำหนดกติกา’”
.
บนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย คงมีนักการเมืองเพียงไม่กี่คนที่สร้างจุดเปลี่ยนและทิ้งร่องรอยเอาไว้ได้อย่างลึกซึ้งเทียมเท่า ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ผู้ผลักดันนโยบายอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้าน ที่เปลี่ยนชีวิตคนทั้งประเทศ ไปพร้อม ๆ กับการเป็นศูนย์กลางของความขัดแย้งทางการเมืองที่ลุกลามจนกลายเป็นรอยร้าวลึกในสังคมไทย เขาไม่ได้แค่ชนะการเลือกตั้ง แต่เปลี่ยนวิธีคิดของการเมืองไทยไปตลอดกาล
.
จากเด็กชายที่ช่วยครอบครัวฉีกตั๋วหน้าโรงภาพยนตร์ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สอนให้รู้จักอารมณ์ความต้องการของชนชั้นแรงงานอย่างทะลุปรุโปร่ง สู่นายตำรวจหนุ่มที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหนี้สินจากการทำธุรกิจ จนต้องเดิมพันครั้งใหญ่ทิ้งยศข้าราชการเพื่อกระโจนเข้าสู่โลกธุรกิจเต็มตัว และก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีโทรคมนาคม ก่อนจะตัดสินใจทิ้งอาณาจักรธุรกิจเพื่อกระโจนสู่สนามการเมืองที่ดุเดือด
.
คราวนี้ The People จึงอยากชวนผู้ชมทุกท่านหวนกลับไปดูชีวิตของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ ว่ารหัสลับทางพันธุกรรมแห่งการไม่ยอมแพ้ และการผสานกันระหว่าง ‘เท้าที่ติดดิน’ กับ ‘ตาที่มองดูดาว’ นั้นถูกก่อร่างขึ้นมาได้อย่างไร
.
‘ทักษิณ ชินวัตร’ โตมาแบบไหน?
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : พาฝัน ศรีเริงหล้า
ลำดับภาพ : สิมิลัน จำนงค์ทอง
.
สามารถติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ที่ลิงก์วิดีโอในคอมเมนต์
.
.
.
รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ
.
แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”
.
ภาพ : Getty Images, Nationphoto, thaksinofficial และ หอภาพยนตร์
.
#ThePeople #โตมาแบบไหน #ThaksinShinawatra #ทักษิณ_ชินวัตร #ทักษิณ #การเมืองไทย
2 months ago | [YT] | 124
View 13 replies
THE PEOPLE Co Official
[ Podcast ] ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ ราชันต้องคำสาป
.
“ลึก ๆ แล้ว ผมคือหนึ่งในคนที่โดดเดี่ยวที่สุดบนโลกใบนี้
มีบางคืนที่ผมได้แต่ร้องไห้ เพราะความเจ็บปวดนั้นเกินจะกลั้นไว้
เอาตรง ๆ เลยนะ การเป็นผม มันเจ็บปวดเหลือเกิน”
.
บนโลกใบนี้คงมีศิลปินเพียงไม่กี่ชื่อที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในแทบทุกผลงานที่เผยแพร่ออกมา คงมีไม่กี่คนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ราชา’ ในหนทางของตน และคงมีไม่กี่ชื่ออีกเช่นกันที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของความสำเร็จเทียบเท่ากับ ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ (Michael Jackson)
.
ไม่ว่าจะเป็นขีดเขียนเนื้อเพลงและสรรค์สร้างท่วงทำนองสั่นสะท้านโลกดนตรีในแทบทุกแทร็กของอัลบั้ม อิทธิพลที่ไม่เพียงสั่นสะเทือนโลกดนตรี แต่ยังรวมไปถึงแฟชั่นและป็อปคัลเจอร์ ไปจนถึงลีลาการเต้นที่ไม่ต่างอะไรจากเวทมนตร์ จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ชื่อของ ไมเคิล แจ็คสัน จะถูกจารึกเอาไว้ว่าเป็น ‘ราชันแห่งป็อป’ (King of Pop)
.
จากอั้ลบั้มเดี่ยวชุดแรกอย่าง Off The Wall (1979) ประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่มีใครโค่นล้มใน Thriller (1982) ระเบิดความสำเร็จอีกครั้งใน Bad (1987) และตอกย้ำความเป็นราชันอย่างแท้จริงใน Dangerous (1991) ไมเคิล แจ็คสัน ได้พิสูจน์ตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนคือศิลปินเดี่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกใบนี้เคยมีมา
.
แต่เบื้องหลังของการเป็นราชันนั้นล้วนเปี่ยมล้นไปด้วยบาดแผลและรอยร้าว เพราะชีวิตของไมเคิล แจ็คสัน นั้นถูกบ่มเพาะมาด้วยวัยเด็กที่โหดร้าย ไม่ว่าจะเป็นพ่อที่เข้มงวด เยือกเย็น และโหดร้าย ไปจนถึงอุตสาหกรรมดนตรีที่พรากเอาชีวิตวัยเด็กของตัวเขาไปหมดสิ้น ไปจนถึงหนทางของตัวเขาเองในอนาคต ที่โรยไปด้วยสารพัดปัญหาที่ตัวเขาเองต้องต่อสู้จนวันสุดท้ายของชีวิต
.
คราวนี้ The People จึงอยากชวนผู้ชมทุกท่านหวนกลับไปดูชีวิตของราชันเพลงป็อป ว่าความสำเร็จของเขาถูกก่อร่างขึ้นด้วยบาดแผลและความเจ็บปวดหน้าตาแบบไหน อีกทั้งตลอดชีวิตยังถูกพันธนาการด้วยปัญหาไม่ว่างเว้น จนทำให้ยากจะอดคิดว่า “หรือนี่คือคำสาปของการเป็นราชัน?”
.
‘ไมเคิล แจ็คสัน’ โตมาแบบไหน?
.
เนื้อหา & ดำเนินรายการ : รัฐฐกรณ์ ศิริฤกษ์
ลำดับภาพ : ศุภกิจ สอนสี
.
สามารถรับชมวิดีโอ ‘ไมเคิล แจ็คสัน’ โตมาแบบไหน? ได้ที่นี่
https://www.youtube.com/watch?v=7XXVq...
รายการ โตมาแบบไหน? ตั้งต้นจากการตั้งคำถามว่า กว่าคนหนึ่งคนจะเติบโตมาเป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง? แน่นอนชีวิตของบุคคลสำคัญ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่มันถูกร่างขึ้นจากความล้มเหลว ความกดดัน และการเติบโตที่แตกต่างกัน
.
The People หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องราวการเดินทางของชีวิตเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่หลงใหลในวิถีชีวิตบุคคลสำคัญ เจาะลึกเบื้องหลังร่องรอยการเติบโต ผ่านพอดแคสต์ซีรีส์พิเศษที่จะทำให้คุณมองเห็นทุกชีวิตของบุคคลสำคัญในมุมที่ต่างออกไป
.
พบกันทุกสัปดาห์ ทาง YouTube ของ The People เพราะทุกความสำเร็จในปัจจุบัน มีเบื้องหลังเป็นการเติบโตในอดีตเสมอ
.
แล้วคุณล่ะ “โตมาแบบไหน?”
.
#ThePeople #โตมาแบบไหน #MichaelJackson #ไมเคิล_แจ็คสัน #Michael #Music #ดนตรี #KingofPop
3 months ago | [YT] | 22
View 1 reply
Load more