เรื่องราวกินได้เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืน
KRUA.CO | food is a big deal.

นักเล่าเรื่องราวอาหารที่ส่งพลังบวก
เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืน
เพราะ ‘อาหาร’ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล็กๆ

เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า อาหารเป็นเรื่องสำคัญและเป็นมากกว่าความอร่อย
การกินที่ดีสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม การปรุงอาหารเป็นพื้นฐานของมนุษย์
เรื่องราวของอาหารนั้นช่างกว้างใหญ่และสนุกเหลือเกิน
เราจึงสนุกที่จะบันทึก เล่าเรื่อง และบอกต่อเรื่องราวกินได้ เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคน


KRUA dot CO

การเจรจา Free Trade Area (เขตการค้าเสรี) FTA ไทย - สหภาพยุโรป ที่ต้องการให้ไทยเข้าร่วม UPOV1991 อนุสัญญาระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองผู้พัฒนาสายพันธุ์พืชใหม่ ให้จดสิทธิบัตรเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์ ภายใต้มาตรฐานสากล จบลงไปแล้วแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
.
ผลประโยชน์ที่ได้รับจากการลงนามยกระดับกฎหมายให้สอดคล้องกับ UPOV1991 คือ
-เมล็ดพันธุ์พืชมีมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพการผลิตได้
-ไทยเปิดตลาดการค้าเสรีกับนานาประเทศได้กว้างขึ้น
-คุ้มครองนักพัฒนา ปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจของไทย
-สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาสายพันธุ์พืช
-ดึงดูดนักลงทุน และการพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น
.
แต่ก็เกิดการตั้งคำถามทั้งจากเกษตรกรไทยและภาคประชาชน ถึงผลกระทบที่ตามมา เมื่อเกษตรกรเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อไม่ได้ หากแลกเปลี่ยนซื้อขายก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย? เกษตรกรไม่ใช่เจ้าของเมล็ดพันธุ์อีกต่อไป เกิดการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น กระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหารของไทยหรือไม่ อนาคตประชาชนอย่างเราๆ จะต้องซื้อข้าวในราคาที่แพงขึ้นจากเดิมหรือเปล่า?
.
โดยข้อมูลรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP สภาผู้แทนราษฎร ปี 2563 ได้แจกแจงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจาก UPOV 1991 ในภาคเกษตรกรรมและเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ดังนี้
.
1.ความเสี่ยงต่อการเกิดโจรสลัดชีวภาพ (Biopiracy): การสูญเสียอำนาจกำกับดูแลการขออนุญาตและการแบ่งปันผลประโยชน์ตามกฎหมายเดิม อาจเปิดช่องให้มีการนำพันธุกรรมพืชไทยไปขึ้นทะเบียนสิทธิในต่างประเทศและนำกลับมาจำหน่ายตัดหน้านักปรับปรุงพันธุ์ในประเทศ
.
2.การถูกละเมิดสิทธิโดยไม่เจตนาจากการผสมข้ามตามธรรมชาติ: ละอองเกสรจากแปลงพันธุ์พืชใหม่อาจปลิวไปผสมกับพืชพื้นเมือง ซึ่งอาจเข้าข่ายพันธุ์พืชที่ได้มาโดยพื้นฐาน (Essentially Derived Varieties: EDV) และกระทบต่อวิถีการเก็บและคัดเลือกพันธุ์ของชุมชน
.
3. ผลกระทบต่อฐานพันธุกรรมและต้นทุนการผลิตข้าว : ขาดความพร้อมด้านฐานข้อมูลพันธุกรรมที่สมบูรณ์ ทำให้เสี่ยงต่อการนำสายพันธุ์ไปต่อยอดโดยไม่มีการแบ่งปันผลประโยชน์ และเพิ่มต้นทุนเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกร
.
4.การเปิดทางสู่พืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs): อาจนำไปสู่ภาระผูกพันในการคุ้มครองพืชดัดแปลงพันธุกรรม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และเกษตรมูลค่าสูง
.
5.ราคาเมล็ดพันธุ์ที่อาจสูงขึ้น 2–6 เท่า : การลดบทบาทของภาครัฐในการผลิตและกระจายพันธุ์พืช อาจทำให้กลไกการถ่วงดุลราคาลดลง ส่งผลให้เกษตรกรต้องพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากภาคธุรกิจในราคาสูง
.
6.ความเสี่ยงทางคดีความของเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย: ขอบเขตการคุ้มครองที่ครอบคลุมถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูป อาจทำให้ร้านค้าปลีกและผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีระบบเอกสารรับรองที่ซับซ้อนสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี
.
7.การกระจุกตัวของตลาดในกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่: ความได้เปรียบด้านทุน เทคโนโลยี และการคุ้มครองตามเกณฑ์ EDV อาจกีดกันนักปรับปรุงพันธุ์รายย่อยและสหกรณ์การเกษตรในประเทศ
.
เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน การพิจารณาจากผลประโยชน์ด้านการค้าเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ และโดยเฉพาะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม สิทธิของเกษตรกรในการถือครองเมล็ดพันธุ์จึงควรได้รับการปกป้องจากรัฐเช่นกัน
.
👉 แล้วชาวครัวคิดเห็นอย่างไรคะ?
👉สภาเกษตรกรแห่งชาติกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกคน ถึง 11 ตุลาคมนี้เท่านั้น
👉 ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่: nfc.realsurvey.app/n/surveys/finish

6 days ago (edited) |[YT] | 60

KRUA dot CO

อยากมาแชร์ทริกเล็กๆ ที่เปลี่ยนอาหารจากแค่กินเอาอิ่ม ให้เป็นสารอาหารที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้แบบทวีคูณกันค่ะ
.
หั่นบรอกโคลีทิ้งไว้ 40 นาที ช่วยเพิ่มซัลโฟราเฟน (sulforaphane) ต้านการอักเสบ ป้องกันสมองเสื่อม และมะเร็ง แต่สารดังกล่าวเมื่อโดนความร้อนจะจางหายไป การหั่นบรอกโคลีให้เป็นชิ้นเล็กๆ 40 นาที จะทำให้ซัลโฟราเฟนอยู่คงทนแม้นำไปปรุงผ่านความร้อน เพราะเมื่อบรอกโคลีเกิดบาดแผล สารตั้งต้นที่ชื่อว่ากลูโคราฟานินจะทำปฏิกิริยากับเอนไซน์โมโรซิเนส และสร้างซัลโฟราเฟนขึ้นมาเต็มที่ เรียกว่าเอนไซม์ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว เคล็ดลับนี้ยังใช้ได้กับผักตระกูลเดียวกันอย่าง ‘กะหล่ำดอก’ ด้วยนะคะ
.
กระเทียมและหัวหอม สับทิ้งไว้ 10 นาที ก่อนนำไปปรุงผ่านความร้อน ช่วยเพิ่ม Allicin ต้านอักเสบ เสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อให้เอนไซม์สังเคราะห์สารอัลลิซิน (Allicin) ที่ช่วยต้านอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกันได้เต็มที่
.
พริกไทยดำ + ขมิ้นชัน เพิ่มการดูดซึมสารต้านอักเสบจากขมิ้นชันได้สูงขึ้นถึง 2,000% ข้อจำกัดของสารคูเคอร์มินในขมิ้นชันคือร่างกายดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ไม่เต็มที่ แต่ถ้เราเพิ่มน้ำมันในการปรุงและเติมพริกไทยดำลงไป สารพิเพอรีน (Piperine) ในพริกไทยดำจะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมสารต้านอักเสบจากขมิ้นชันได้สูงขึ้นทะลุไปถึง 2,000%
.
มะเขือเทศสุก + น้ำมันมะกอก เพิ่มไลโคปีน ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่า 80% จริงอยู่ที่การปรุงม.ะเขือเทศให้สุกจะช่วยให้เราได้รับไลโคปีน แต่ถ้าได้ไขมันดีอย่างน้ำมันมะกอกปรุงเพิ่มลงไป น้ำมันจากไขมันดีช่วยย่อยผนังเซลล์ทำให้ร่างกายดูดซึมสารไลโคปีนได้อย่างเต็มที่มากกว่า 80%
.
ผักใบเขียว + วิตามินซี เนื่องจากธาตุเหล็กที่มีอยู่มากในผักใบเขียว ร่างกายค่อนข้างดูดซึมยาก แต่ถ้าเพิ่มวิตามินซีจากผลไม้ จะช่วยเปลี่ยนธาตุเหล็กให้อยู่ในฟอร์มที่ดูดซึมง่ายขึ้น ครั้งต่อไปที่จะกินสลัดผักใบเขียว ลองเพิ่มน้ำสลัดด้วยกรดวิตามินซี เช่น บีบเลมอน มะนาวลงไปด้วย จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากผักใบเขียวได้มากขึ้น

3 weeks ago |[YT] | 199

KRUA dot CO

ความน่ากลัวของฟอร์มาลินปนเปื้อนในผัก 🫣
.
หลังจากมีรายงานข่าวว่าทางการจีนตรวจจับผู้ผลิต ลักลอบใช้ฟอร์มาลินชุบผักกาดขาว เพื่อยืดระยะเวลาไม่ให้ผักเน่าเสียจากการขนส่งที่ต้องใช้เวลาหลายวัน ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง ทางการจีนเองก็ใช้มาตรการเด็ดขาดไล่ตรวจสอบ จับกุม เพื่อไม่ให้ผักแช่ฟอร์มาลินเหล่านี้กระจายไปยังที่ต่างๆ ซึ่งจะสร้างอันตรายต่อผู้บริโภค
.
เรื่องนี้สร้างความกังวลใจให้กับหลายประเทศที่นำเข้าผักจากจีน โดยเฉพาะประเทศเกาหลีที่เป็นตลาดใหญ่นำเข้าผักกาดขาวจากจีนกว่า 99% เพื่อใช้ในการทำ ‘กิมจิ’ จึงเฝ้าระวังตรวจสอบผักที่นำเข้าจากจีนเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทยเองก็มีผักจากจีนกระจายอยู่ทั่วตลาดทุกภูมิภาค สภาผู้บริโภคจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวช้อง ไม่ว่าจะกระทรวงสาธารณสุข หรือ อย. คุมเข้ม ตรวจสอบผักนำเข้าจากจีน โดยเฉพาะผักที่นำเข้ามาตามตะเข็บชายแดนไทย
.
🫣ความน่ากลัวของฟอร์มาลินปนเปื้อนในอาหาร
ไทยเองเคยตรวจพบการใช้ฟอร์มาลินรักษาความสดในอาหารทะเล เนื้อหมู รวมถึงร้านหมูกระทะที่ลักลอบแช่เนื้อหมูด้วยฟอร์มาลินเพื่อคงความสดเช่นกัน โดยฟอร์มาลิน หรือสารละลายฟอร์มาดีไฮด์นี้ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์ พลาสติก สิ่งทอ หรือใช้ทางการแพทย์ ฆ่าเชื้อรา ดองศพ และจัดเป็นสารอันตรายอันดับ 2 ของไทย ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงกับร่างกายฉับพลันและระยะยาว และห้ามนำมาใช้คงสภาพอาหารเด็ดขาด
.
👉 ผลกระทบต่อร่างกายที่เกิดขึ้นได้ทันทีหลังกิน: คลื่นไส้อาเจียน ระคายเคืองผิวหนัง ผื่น ปวดศีรษะ ปวดท้องรุนแรง หัวใจเต้นเร็ว หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ เลือดเป็นกรดความดันต่ำอาจทำให้เสียชีวิต
👉ผลกระทบในระยะยาว: สาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดมะเร็งลำคอ มะเร็งเยื่อบุโพรงจมูก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว
.
💪วิธีหลีกเลี่ยงผักปนเปื้อนฟอร์มาลิน
✨เลือกซื้อผักของไทยอันดับแรก (ถามแม่ค้า) เพราะระยะทางขนส่งสั้นกว่านำเข้าจากจีน จ่ายแพงกว่า 5 บาท 10 บาท แต่เสี่ยงน้อยกว่า
✨การล้างให้สะอาดช่วยชะล้างฟอร์มาลินได้บ้าง แต่ต้องล้างให้ถูกวิธี ถ้าเป็นผักห่อหัว เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ให้เด็ดทีละใบออกมา แล้วล้างผ่านน้ำไหลผ่านหลายๆ รอบ ไม่ล้างทั้งหัว
✨ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้

1 month ago |[YT] | 75

KRUA dot CO

ถึงทูน่ากระป๋องจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนรักสุขภาพ เพราะให้โปรตีนดี และย่อยง่าย แต่สิ่งที่อยากเตือนคือไม่ควรกินบ่อย กินซ้ำๆ เนื่องจากในเนื้อทูน่ามีสารปนเปื้อนโลหะหนักอย่างปรอท ตะกั่ว แคดเมียมปนเปื้อนอยู่ นิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เคยส่งตรวจปลาทูน่ากระป๋องที่ขายในประเทศไทย (ดูรายละเอียดได้ในลิงก์ใต้คอมเมนต์) ก็พบว่ามีการปนเปื้อนอยู่ในปริมาณที่กฎหมายกำหนด ไม่เป็นอันตราย เว้นแต่ว่ากินซ้ำ กินบ่อยก็เกิดการสะสมในร่างกายได้
.
ทำไมในทูน่าถึงมีโลหะหนักปนเปื้อนมากกว่าปลาชนิดอื่น?
จริงๆ แล้วโลหะหนักก็ปนเปื้อนอยู่ในท้องทะเล อันมาจากกิจกรรมที่มนุษย์เราทำนี่ละค่ะ ทั้งการทำเหมืองแร่ การผลิตกระดาษ โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้โลหะหนักเป็นส่วนประกอบ ทำให้สารดังกล่าวปะปนอยู่ในแหล่งน้ำ ลอยอยู่ในอากาศ และตกสู่ท้องทะเล สะสมอยู่ในแพลงก์ตอน ปลาเล็กปลาน้อย สัตว์ทะเลทั้งหลายเลยได้รับโลหะหนักเหล่านี้ไป พอปลาทะเลตัวใหญ่อย่างทูน่ากินเข้าไปก็สะสมโลหะหนักไปเรื่อยๆ ตามวัฏจักร และดันเป็นปลาที่กินเก่ง กินมาก เลยสะสมโลหะหนักไว้ในตัวมากกว่าเพื่อนทะเลด้วยกัน
.
ปลาทูน่ากระป๋องมีอยู่มากในท้องตลาด หลายสูตร หลายยี่ห้อ ทริคในการเลือกกินทูน่าและจำง่ายที่สุดคือให้เลือกตามสายพันธุ์ พลิกดูได้ที่ฉลากข้างกระป๋อง เนื่องจากขนาดตัวและวงจรชีวิตไม่เท่ากัน ยิ่งตัวเล็ก อายุไม่ยาวก็ยิ่งเสี่ยงน้อยกว่า ตามนี้ค่ะ
.
👉 กลุ่มที่มีสารปรอทน้อยที่สุด เป็นปลาทูน่าที่มีขนาดตัวเล็ก โตไว และมีวงจรชีวิตสั้น นิยมนำมาทำเป็นทูน่ากระป๋อง ให้เนื้อนิ่ม ขาว คือ
- ปลาทูน่าท้องแถบ / โอลาย (Skipjack Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยประมาณ 0.12 - 0.14 ppm เป็นสายพันธุ์หลักที่ใช้ทำทูน่ากระป๋อง กินง่าย ปลอดภัยสูง
- ปลาทูแบล็กฟิน (Blackfin Tuna) / ปลาโอ (Tongol Tuna) พบสารปรอทในปริมาณต่ำใกล้เคียงกัน
.
👉กลุ่มที่มีสารปรอทปานกลาง กลุ่มนี้เริ่มมีขนาดตัวปานกลางถึงใหญ่ มักพบในรูปแบบปลาสด แช่แข็ง หรือทูน่ากระป๋องเกรดพรีเมียม ที่ระบุว่าเป็นเนื้อขาว (White Tuna)
- ปลาทูน่าครีบยาว (Albacore Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยประมาณ 0.35 ppm (สูงกว่ากลุ่มแรกประมาณ 3 เท่า)
- ปลาทูน่าครีบเหลือง (Yellowfin Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยประมาณ 0.35 ppm มักนิยมนำมาทำเป็นสเต๊กปลาทูน่าหรือซาชิมิ
- กลุ่มที่มีสารปรอทสูง (นานๆ กินครั้ง) กลุ่มนี้เป็นปลาทูน่าขนาดใหญ่ มีอายุยืนยาว จึงสะสมสารปรอทเข้มข้นในเนื้อแดง
- ปลาทูน่าตาโต (Bigeye Tuna) ปริมาณปรอทเฉลี่ยสูงถึง 0.68 - 0.69 ppm
- ปลาทูน่าครีบน้ำเงิน (Bluefin Tuna) ปลานำเข้ายอดนิยมสำหรับซาชิมิเกรดพรีเมียม (เช่น เนื้อส่วนอากามิ) มีปริมาณปรอทสะสมสูงเช่นกัน
.
💖แต่วิธีที่ง่ายสุดแบบไม่ต้องจดจำชื่อสายพันธุ์เลยคือ กินแต่พอดี และกินให้หลากหลายไม่ว่าอาหารชนิดไหน สับเปลี่ยนหมุนเวียน ไม่กินซ้ำเท่านี้ก็ปลอดภัยและยังอร่อยได้แบบไร้กังวล

1 month ago |[YT] | 91

KRUA dot CO

ราคาบนถุงแกงที่เขียนด้วยปากกาเมจิก ดูจะเป็นภาพชินตาเวลาเราไปเดินตลาด ร้านไหนๆ ก็นิยมใช้ปากกาเมจิกเขียนบอกราคา เพราะสะดวก ง่าย ไว แต่ถ้าถามถึงความปลอดภัย เป็นสิ่งที่พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงผู้บริโภคเองก็ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะถุงที่บรรจุอาหารร้อนจัดและมีปากกาเมจิกเขียนบนถุง
.
สารเคมีจากปากกาเมจิกซึมเข้าถุงและอาหาร
ถุง PP หรือถุงร้อน ทนต่อความร้อนได้ดีที่อุณหภูมิ 100-120 องศา แต่ถ้าอาหารนั้นปรุงด้วยน้ำมันจะยิ่งทวีความร้อนขึ้นไปได้ถึง 200 องศา ทำให้ร้อนเกินกว่าจะรับได้ โครงสร้างถุงจะเกิดการขยายตัวและบางลง ทำให้หมึกซึมเข้าถุงในจังหวะดังกล่าว อีกทั้งไอความร้อน จะทำให้หมึกเมจิก ซึ่งมีสารเคมีกลุ่มละลายในน้ำมันหรือแอลกอฮอล์ ระเหยเป็นไอและปนเปื้อนลงในอาหารระหว่างที่เปิดถุงหรือเทอาหารอีกด้วย
.
เกิดการสะสมสารเคมีในร่างกาย ความอันตรายคือในปากกาเมจิกจะมีสารเคมีที่เรียกว่า ทูลูอีน (Toluene) หรือไซลีน (Xylene) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง และส่งผลเสียต่อระบบประสาทหากสะสมในร่างกาย
.
👉 ทางออกของพ่อค้าแม่ค้า หากจำเป็นต้องเขียนระบุชื่ออาหารหรือเมนูบนถุงแกง
✅ใช้ปากกาประเภท Food Grade ปัจจุบันมีปากกาเคมีที่ระบุชัดเจนว่า Food Grade หรือ Non-Toxic สำหรับเขียนบนบรรจุภัณฑ์อาหารโดยเฉพาะ
✅เขียนบนสติกเกอร์แปะทับ ปากกาเมจิกชนิด Food Grade อาจเพิ่มต้นทุนมากขึ้น การเขียนชื่อเมนูหรือราคาลงบนเทปกาว (Masking Tape) หรือสติกเกอร์ แล้วแปะบนถุงบริเวณที่ไม่โดนอาหาร
✅เขียนป้ายปักราคากำกับไว้ จัดถุงอาหาร แยกแถวตามราคา
.
👉ทางออกของผู้บริโภค โพสต์นี้ไม่ได้ตั้งใจทำให้ตื่นตระหนกนะคะ แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากให้เลือกสักหน่อย เพราะสารเคมีที่ปนเปื้อนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความร้อนของอาหาร คุณภาพของถุงร้อนได้มาตรฐานหรือไม่ ทางออกคือ
❌หลีกเลี่ยงถุงบรรจุอาหารร้อนจัด อาหารทอด ที่เขียนบอกราคาหรือชื่อเมนูด้วยปากกาเมจิก
✅อาหารแห้งหรือเย็นยังเลือกซื้อได้ เช่น ผักสด ถุงขนมปัง คุกกี้ แซนด์วิช เกิดการปนเปื้อนต่ำเพราะไม่มีความร้อนจากอาหาร ยังคงเลือกซื้อได้
✅สังเกตตำแหน่งที่เขียนบนถุง หากร้านค้าเขียนชื่อเมนูเหนืออาหาร ค่อนไปด้านบนของยางรัดถุงก็พอรับได้ ความเสี่ยงต่ำ
❌หมึกเมจิกละลายหรือเลอะซึมไม่ควรซื้อ ถ้าเห็นหมึกเปื้อน ละลาย เลอะ ให้หลีกเลี่ยง สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจโดนความร้อนจนละลายมาแล้ว ซึ่งเพิ่มโอกาสปนเปื้อนสูง
✅หิ้วปิ่นโต หรือนำกล่องบรรจุอาหารไปเอง พกกล่อง พกปิ่นโตไปใส่ สบายใจและช่วยลดขยะด้วย ไม่ต้องเลิกกินของอร่อยหรือร้านประจำ
✅รีบเทออกจากถุง ถ้าจำเป็นต้องซื้ออาหารร้อนที่มีเมจิกเขียนบนถุงจริงๆ แบบสถานการณ์บังคับหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างน้อยเมื่อถึงบ้านแล้วให้รีบเทอาหารออกจากถุงทันที ไม่ปล่อยทิ้งไว้นาน

1 month ago |[YT] | 70

KRUA dot CO

💖เปิดพรีออเดอร์ 'น้ำพริกโรยข้าวรสปลาเค็มคั่วหมูสับกากหมู' กินกับอะไนก็อร่อย
✅รอบส่งวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
.
✨น้ำพริกโรยข้าวรสปลาเค็มคั่วหมูสับกากหมู หอมปลาอินทรีเค็มที่เอามาปิ้งจนกลิ่นคละคลุ้งทั่วครัว ผัดกับหมูสับ กากหมูเจียวสดใหม่ มีรสเค็มนัว เผ็ดเบาๆ กำลังดี ซึ่งเป็นความตั้งใจของเราที่อยากให้กินได้ทุกวัย ทั้งครอบครัว เอาไปกินกับอะไรก็อร่อย ใครสายแซ่บแนะนำให้ซอยพริกขี้หนู หอมแดง บีบมะนาวลงไปสักหน่อย อร่อยจนต้องระวังข้าวหมดหม้อ
.
✨ กินกับอะไรก็อร่อย
- คลุกข้าวก็ได้
- จ้ำข้าวเหนียวก็เลิศ
- โรยผัดผักก็อร่อย
- คลุกบะหมี่แซ่บนัว
.
บรรจุซองละ 80 กรัม
👉1 ซอง 125 บาท (ค่าส่ง 25 )
👉2 ซอง 250 บาท (พิเศษส่งฟรี!!!)
👉สนใจสั่งได้ที่ m.me/457251584288889
👉หรือคอมเมนต์ไว้ แอดมินติดต่อกลับได้จ้า

1 month ago |[YT] | 62

KRUA dot CO

สืบเนื่องจากโพสต์ที่แล้วเราพูดถึงชามตราไก่จากจีนที่เข้ามาตีตลาดชามตราไก่ลำปาง หลายคนอยากอุดหนุน แต่ไม่แน่ใจว่าที่ซื้อมานี่ใช่งานฝีมือจากลำปางไหมหรือใช้ของจีนอยู่กันแน่ เลยเอาวิธีดูเบื้องต้นมาฝากกันค่ะ
.
วิธีเลือกซื้อชามตราไก่ลำปาง
💖ถามแม่ค้า ถึงแหล่งที่มาของสินค้า ข้อนี้น่าจะง่ายสุด ถามไปตรงๆ นี่ละค่ะ ส่วนใหญ่งานเซรามิกจากลำปางราคาจะสูงกว่าของจีนสักหน่อย เช่น ชามตราไก่ใบเล็กของจีนขาย 10-15 บาท ของลำปางประมาณ 40 บาทขึ้นไป
💖เนื้อแข็งแรง เหนียว ทน เพราะผลิตจากดินขาว-ดินดำที่ได้จากพื้นที่ลำปาง
💖ลวดลายวาดมือ มีลายไก่ ต้นกล้วย และดอกโบตั๋นอยู่ร่วมกัน
💖เนื้อเซรามิกเป็นสีขาวนวลตามธรรมชาติ อันมาจากอุณหภูมิการเผาที่เหมาะสม และส่วนผสมน้ำเคลือบที่ใช้หินฟันม้า ทรายแก้ว ดินขาว และหินปูน
.
อุดหนุนถ้วยตราไก่และเซรามิกลำปางกันค่ะ ราคาขายสูงกว่าถ้วยตราไก่ของจีนแค่หลักสิบ แต่ได้ของคุณภาพดีและเป็นอัตลักษณ์ของชาวลำปาง การันตีด้วย GI เป็นสินค้าภูมิปัญญาที่สืบทอดมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี
.
เดี๋ยวนี้หลายโรงงานในลำปางเขามีขายออนไลน์แล้วด้วยนะ ลองเสิร์ชดูจะเจอหลายเจ้าเลยค่ะ

1 month ago |[YT] | 266

KRUA dot CO

จีนตีตลาด ทำชามตราไก่และเซรามิกลำปางวิกฤติ
.
ถ้วยตราไก่และเซรามิกที่เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดลำปาง ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพ และใช้กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ มียอดขายลดลงจนน่าใจหาย ส่วนหนึ่งมาจากถ้วยตราไก่เซรามิกราคาถูกจากจีนที่ขายกันใบละ 10 -15 บาท ได้เข้ามาตีตลาดเซรามิกบ้านเรา ด้วยต้นทุนการผลิตที่ถูกกว่า เมื่อเทียบกับการผลิตถ้วยตราไก่ของไทยที่ต้นทุนตกใบละ 20 บาท
.
ส่งผลกระทบผู้ประกอบการถ้วยตราไก่และเซรามิก ที่มีทั้งรายใหญ่ โรงงานขนาดกลาง และโรงงานเล็กๆ ในชุมชน ซึ่งมีอยู่กว่า 200 โรงงาน ต่างทยอยกันปิดโรงงานไปกว่าครึ่ง กลุ่มผู้ผลิตเลยเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาดูแล หรือหามาตรการช่วยเหลือ เช่นหาตลาดส่งออกถ้วยตราไก่และเซรามิก มาตรการลดต้นทุนก๊าซแอลพีจีที่เป็นเชื้อเพลิงในการเผา เป็นต้น
.
อุดหนุนถ้วยตราไก่และซารามิกไทยกันเถอะ
นอกจากมาตรการของรัฐ อีกทางที่เราช่วยได้คืออุดหนุนถ้วยตราไก่และเซรามิกลำปางกันค่ะ ราคาขายอาจสูงกว่าของจีนสักหน่อย แต่ได้ของคุณภาพดีและเป็นอัตลักษณ์ของชาวลำปาง การันตีด้วย GI เป็นสินค้าภูมิปัญญาที่สืบทอดมาไม่ต่ำกว่า 60 ปี
.
วิธีเลือกซื้อชามตราไก่ลำปาง
- ถามแม่ค้า ถึงแหล่งที่มาของสินค้า
- เนื้อแข็งแรง เหนียว ทน เพราะผลิตจากดินขาว-ดินดำที่ได้จากพื้นที่ลำปาง
- ลวดลายวาดมือ มีลายไก่ ต้นกล้วย และดอกโบตั๋นอยู่ร่วมกัน
- เนื้อเซรามิกเป็นสีขาวนวลตามธรรมชาติ อันมาจากอุณหภูมิการเผาที่เหมาะสม และส่วนผสมน้ำเคลือบที่ใช้หินฟันม้า ทรายแก้ว ดินขาว และหินปูน
.
อ้างอิง:
www.thaipbs.or.th/news/content/508971
www.facebook.com/photo.php?fbid=1502360701921376&s…
dhanabadee.com/product/detail?id=4

1 month ago |[YT] | 172

KRUA dot CO

ไทยกำลังพิจารณานำเข้าไก่แช่แข็งจากจีน ชาวครัวคิดยังไงกับเรื่องนี้?
.
ตามที่มีรายงานข่าวออกมาว่า สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แสดงความประสงค์จะส่งออกไก่แช่แข็ง ไก่ปรุงสุก รวมถึงผลิตภัณฑ์พลอยได้จากสัตว์ปีก เช่น ตับไก่ ตับห่าน เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
.
สร้างความกังวลให้กับฟาร์มไก่ ผู้ผลิตเนื้อไก่ในประเทศไทย รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างมาก ว่าไก่จีนจะเข้ามาตีตลาดไก่ไทยไหม ในเมื่อไทยเป็นผู้ส่งออกไก่คุณภาพดีรายใหญ่ของโลก จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าไก่แช่แข็งจากจีน
.
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา โดยกรมปศุสัตว์ชี้แจงว่า จะต้องทำการตรวจสอบยึดตามหลักกฎระเบียบของประเทศไทย และตามหลักสากลด้านคุณภาพและมาตรฐานสุขอนามัยสัตว์ (SPS) ทั้งการตรวจด้านเอกสาร และการตรวจประเมิน ณ สถานที่ผลิตจริง โดยมีคณะกรรมการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญของกรมปศุสัตว์เป็นผู้ตรวจประเมินความเสี่ยงทั้งสองด้าน
.
และยังต้องพิจารณาความปลอดภัยทั้งจากโรคระบาดสัตว์ เช่น โรคไข้หวัดนก รวมถึงสารตกค้างต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อสัตว์และผู้บริโภค ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบสูงสุด เนื่องจากประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก
.
เราคงต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปแล้ว ไก่แช่แข็งจากจีนจะได้รับอนุมัติ เข้ามาตีตลาดในประเทศไทยหรือไม่
.
แล้วในมุมผู้บริโภค มีความคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงกันคะ?

1 month ago |[YT] | 92

KRUA dot CO

จะมาแคบหมูเหมือนกันไม่ได้
ชอบแบบไหน บอกมาเลย

1 month ago |[YT] | 82