เรื่องราวกินได้เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืน
KRUA.CO | food is a big deal.

นักเล่าเรื่องราวอาหารที่ส่งพลังบวก
เพื่อคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ยั่งยืน
เพราะ ‘อาหาร’ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล็กๆ

เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า อาหารเป็นเรื่องสำคัญและเป็นมากกว่าความอร่อย
การกินที่ดีสร้างความยั่งยืนให้กับสังคม การปรุงอาหารเป็นพื้นฐานของมนุษย์
เรื่องราวของอาหารนั้นช่างกว้างใหญ่และสนุกเหลือเกิน
เราจึงสนุกที่จะบันทึก เล่าเรื่อง และบอกต่อเรื่องราวกินได้ เพื่อเป็นประโยชน์กับทุกคน


KRUA dot CO

รู้แล้ว แกงเลียงบ้านไหนใส่กะทิ! ✨
.
หลังจากได้ยินมาว่าคนใต้บางพื้นที่กินแกงเลียงใส่กะทิ เราเลยตั้งคำถามในโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า ‘แกงเลียงบ้านไหนใส่กะทิ?’ พอได้ไล่อ่านคอมเมนต์แล้ว ก็ต้องขอบคุณลูกเพจชาวครัวที่น่ารัก ช่วยกันให้ข้อมูล ทำให้เรารู้ว่า แกงเลียงใส่กะทิ หรือแกงเลียงทิ เป็นแกงเลียงที่ชาวนครศรีธรรมราช และตรังในบางพื้นที่ทำกินกันอยู่แล้ว
.
โดยความเห็นจากลูกเพจที่ให้ข้อมูลไว้ได้ชัดเจน คือ คุณ Thachayut : แกงเลียงภาคใต้แถวบ้านผม (นคร)มี 3 แบบครับ คือ 1.แกงเลียงเคยเกลือ (ไม่ใส่กะทิ) 2.แกงเลียงทิ (ใส่กะทิ) 3.แกงเลียงส้ม (ใส่ผักใบหรือผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว)
.
คุณ Sirapone: คนคอน (แกง) เลียงทิ คือใส่กะทิ เลียงเคยเลียงเกลือ คือใส่แค่กะปิกับเกลือ ไม่ได้มีเครื่องเคราเหมือนแกงเลียง ภาคกลาง เลียงส้ม คือเลียงเคยเลียงเกลือแต่ใส่ผักที่มีรสเปรียวเข้าไป เช่น ยอดส้มป่อย ยอดมะขาม ทำให้น้ำแกงเลียงมีรสเปรี้ยว ซดโล่งคอ และมีคล้ายๆ กันคือ ต้มทิ อันว่าต้มทินี้ ถ้าต้มใส่เนื้อสัตว์ที่มีความคาว เช่น ปลา หนางหมู หนางวัว จะใส่ข่า กับขมิ้น ตะใคร้ ลงไป จะคล้ายๆ ต้มข่าภาคกลาง แต่แค่ของภาคกลางไม่ใส่ขมิ้นเท่านั้นเอง.แต่ก็มีแบบไม่ใส่ข่าขมิ้น เช่น ต้มทิตังหน (วุ้นเส้น) ต้มทิใข่มดแดง ต้มทิผักเขลียง ต้มทิยอดพร้าว และอีกมากมาย อาหารมันผันแปรตามวัตถุดิบ อย่าไปยึดติดสูตรอะไรที่ตายตัว คนโบราณทำไว้แล้วส่งต่อมา เราคนรุ่นหลังก็ทำตาม อะไรไม่เวอร์ค เราก็ปรับ แก้ เปลี่ยนแปลงกันไป
.
อนึ่ง อีกหลายความเห็นจากพี่น้องชาวใต้หลายพื้นที่ก็ให้ข้อมูลคล้ายกันว่า เครื่องแกงเลียงใส่กะทิ ทางบ้านเรียก ‘แกงทิ’ ไม่ได้เรียกแกงเลียง
.
ที่น่าสนใจคือ แกงเลียงใส่กะทิ มีให้เห็นอีกมากในหลายจังหวัดตามคำบอกเล่าของชาวเพจครัว ทั้งจังหวัดชัยนาท สมุทรปราการ ราชบุรี สุพรรณบุรี พิษณุโลก ฯลฯ เห็นว่ารสชาติอร่อย นวลนัวดี ว่าแล้วก็น่าเอาไปลองทำตามดูบ้างค่ะ

16 hours ago | [YT] | 75

KRUA dot CO

Thai-PAN เปิดผลตรวจชวนอึ้ง มะเขือเทศเชอร์รี่และองุ่นไชน์มัสแคท พบสารพิษตกค้างถึง 50 ชนิดต่อตัวอย่าง เท่ากับว่าเรากำลังกิน ‘Cocktail สารพิษ’ 😱
.
ความน่ากลัวคือ Cocktail Effect หรือผลเสริมฤทธิ์มฤตยู เพราะในผักและผลไม้ 1 ชนิด เราไม่ได้รับสารพิษชนิดเดียว แต่ได้รับหลายชนิดพร้อมกัน จากการตรวจพบว่ามะเขือเทศเชอร์รี่และองุ่นไชน์มัสแคทพบสารพิษตกค้างต่างชนิดกันรวมกันสูงถึง 50 ชนิดต่อตัวอย่าง ในน้ำปั่น 1 แก้วที่ใส่ผักหลายชนิดอาจมีสารเคมีมากถึง 40 ชนิดพร้อมกัน 😱
.
งานวิจัยพบว่าเมื่อร่างกายได้รับสาร Diazinon, Dimethoate และ Cypermethrin พร้อมกัน แม้แต่ละตัวจะอยู่ในระดับที่ปลอดภัยตามกฎหมาย แต่เมื่อรวมกันแล้ว พิษที่เกิดขึ้นมันพุ่งสูงเกินค่าที่ประเมินแบบสารเดี่ยว นี่คือ Cocktail Effect หรือ Synergistic Effect ที่มาตรฐานปัจจุบันยังไม่มีกรอบการประเมินที่เพียงพอ
.
ทั้งเพจต้นทางและแอดอยากบอกคำเดียวกันว่าไม่ได้ดราม่า ไม่ได้อยากให้ตื่นกลัวหรือแพนิก เพราะการจะกินของที่ปลอดสาร ปลอดภัย 100% ในยุคสมัยนี้มันอาจจะยากเย็นมากจริงๆ แต่ก็อยากให้รู้ข้อมูลไว้บ้าง อย่างน้อยก็จะได้ปรับเปลี่ยนหรือเลือกอาหารการกินแบบไม่ทำร้ายร่างกายจนเกินไป

1 day ago | [YT] | 64

KRUA dot CO

คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ สตาร์ทโครงการสุดยิ่งใหญ่ ‘ทดลองเลี้ยงแซลมอนในระบบปิดเป็นครั้งแรกของไทย’ งานนี้ฮือฮาทั้งวงการไม่เกินจริง

เหตุผลเบื้องหลังโครงการที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้มาจากข้อมูลที่ว่า คนไทยชอบกินแซลมอนเป็นชีวิตจิตใจ นำเข้าแซลมอนมากเป็นอันดับ 5 ของโลก คิดเป็นมูลค่าปีละ 7-8 พันล้านบาท เนื่องจากแซลมอนเป็นปลาน้ำเย็น ไทยจึงเลี้ยงไม่ได้ แต่ๆๆๆๆ ถ้าเราหาน้ำเย็นได้ล่ะ? นี่ละ นำมาซึ่งโครงการนี้ เพราะคณะประมงเขาไปร่วมมือกับ PTT LNG นำความเย็นที่ได้จากโรงแยกก๊าซ มาหล่อเย็นจนได้น้ำเย็นในระดับเหมาะสม ซึ่งก๊าซในอ่าวไทยเนี่ยก็ลดไม่หยุด ในอนาคตจะต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความเย็นมีแต่จะถูกทิ้งไปโดยไร้ประโยชน์ ก็เอามาทำน้ำเย็นเลี้ยงแซลมอนซะเลย

โครงการนี้เลี้ยงในระบบปิด รวมกับเรื่องที่ว่าแซลมอนไม่มีทางอยู่ได้ในน้ำร้อนและแหล่งธรรมชาติของไทย (ทดลองเลี้ยงที่กรุงเทพฯ และระยอง ไม่ได้เลี้ยงบนภูเขา) ทำให้ปลอดภัยจากเอเลี่ยนสปีชี่ส์ และจะไม่มีกรณีปลาหมอคางดำแน่นอน วีคที่แล้วไข่ปลาแซลมอนที่ผสมแล้วจากประเทศชิลีจำนวน 20,000 ฟอง เดินทางมาถึงคณะประมงเป็นที่เรียบร้อย และนักวิจัยก็ได้นำไข่วางเรียงในห้องแลปที่จัดทำมาเพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ ถือเป็นนาทีประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้

อ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ บอกว่าอาจต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะทำให้เป็นจริงได้ในระดับตลาด แต่เมื่อคิดถึงเงินปีละ 8 พันล้าน ประเทศชาติจะประหยัดเงินได้มหาศาล โครงการนี้จึงเปรียบเสมือนการเริ่มต้นของประมงยุคใหม่ และปลาทุกตัวที่ได้ต่อจากนี้คือกำไรของประเทศไทย เพราะตอนนี้เรานำเข้า 100%

ตบมือให้คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ และเอาใจช่วยไปด้วยกันค่ะ

5 days ago (edited) | [YT] | 183

KRUA dot CO

ข้าวโรงเรียนส่วนใหญ่อาจจะชวนให้เราอยากลืมมากกว่าจำ แต่ไม่ใช่ข้าวโรงเรียนนี้ค่ะ เพราะตอนนี้เมนู ‘ข้าวหมูอบวัฒนา’ กำลังโซฮอตมากๆ เนื่องจากศิษย์เก่าวัฒนาวิทยาลัยกระโปรงแดงมารำลึกวันวานอยากจะกินเมนูแสนอร่อยนี้อีกสักครั้ง พร้อมบรรยายความดีงามจนเด็ก (เมื่อนานมาแล้ว) โรงเรียนอื่นอยากลองลิ้มชิมรสชาติบ้าง

ข้าวหมูอบวัฒนาเป็นการนำหมูสันในนุ่มๆ มาอบกับซอสรสชาติกลมกล่อม ใส่มันฝรั่ง แครอท ถั่วฝักยาว หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ขนาดเท่าๆ กันลงไปเคี่ยวด้วย รสชาติออกแนวนุ่มละมุนคล้ายๆ สตูว์ แต่มีความข้นหนืดประมาณน้ำราดหน้า สีน้ำตาลสวยฉ่ำวาว รสชาติหวานนำเค็มตามแบบนัวๆ ราดบนข้าวสวยร้อนๆ สุดจะอร่อย เข้าใจเลยว่าทำไมเด็กๆ ถึงชอบ เพราะมันกินง่าย รสนุ่มนวล ได้กินทั้งหมูและผักแบบเต็มๆ เป็นเมนูที่สารอาหารครบถ้วนตามแบบฉบับอาหารโรงเรียนในตำนานจริงๆ

ใครอยากลองรสชาติในความทรงจำของเด็กวัฒนา มีคนทำขายแล้วค่ะ เสิร์ชหาร้านได้เลย หรือถ้าอยากทำเอง เพจ ‘Supergibzz ทำกับข้าวกับกิ๊บ’ เขาก็ใจดีแจกสูตรไว้ให้ บอกเลยว่าทำง่ายมาก

หมักหมู: ใช้หมูสันใน 400 กรัม หั่นชิ้นพอคำ หมักกับกระเทียมซอย 3 กลีบใหญ่, ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ, พริกไทย และน้ำตาลเล็กน้อย ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงให้ซอสเข้าเนื้อ
ผัดและเคี่ยว: ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย ผัดหมูจนสุก แล้วใส่แครอทกับมันฝรั่งลงไปผัดตาม จากนั้นเติมน้ำให้ท่วม ใส่ถั่วฝักยาว แล้วต้มทิ้งไว้ 20-30 นาที จนทุกอย่างนุ่มเปื่อย

เคล็ดลับความหนืด: ชิมรสปรุงเพิ่มด้วยน้ำมันหอยและน้ำตาลตามชอบ จากนั้นเติมน้ำแป้ง (แป้งข้าวโพดผสมน้ำ) ค่อยๆ เทจนน้ำข้นหนืดเหมือนน้ำราดหน้า เป็นอันเสร็จ

6 days ago (edited) | [YT] | 97

KRUA dot CO

ภาพชวนหยึยระดับสิบ เมื่อหนุ่มคนหนึ่งเอามาโพสต์ถามว่าไปกินผักบุ้งลวกร้านก๋วยเตี๋ยว แล้วเจอแบบนี้ มันคืออะไร? ซึ่งผู้รู้มาตอบแล้วค่ะว่าคือ ‘ไข่มวนผักบุ้ง’
.
แล้วไข่มวนไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง?
ก็เพราะผักบุ้ง (โดยเฉพาะผักบุ้งไทยตามธรรมชาติ) คือแหล่งอาหารชั้นเลิศของตัวมวน มวนจะบินมาดูดน้ำเลี้ยงและใช้หลังใบเป็นที่วางไข่ โดยผลิตสารคล้ายกาวมายึดไข่ไว้แน่นมาก เพื่อไม่ให้ลมหรือน้ำพัดตก ถ้าล้างผักแบบผ่านๆ หรือแค่จุ่มน้ำเฉยๆ ไข่พวกนี้ก็จะกอดใบผักบุ้งแน่นหนึบจนหลุดมาอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวเรานี่แหละค่ะ ภาพสุดจะหยึย แต่มองอีกมุม การที่มีไข่แมลงก็แปลว่าผักบุ้งกำนี้ ‘อาจจะ’ ปลอดสารพิษจนแมลงมาวางไข่
.
ในเชิงวิชาการ มวนไม่อันตรายต่อคน ไม่กัด และไม่มีพิษร้ายแรง แต่ในแง่สุขอนามัย ก็ต้องบอกว่าทิ้งสถานเดียว เพราะเราไม่รู้ว่าใบผักนั้นสะอาดแค่ไหน และไข่แมลงอาจแฝงเชื้อแบคทีเรียหรือพยาธิมาด้วย แต่ถึงไม่บอก เจอแบบนี้ใครจะกล้ากินนน

1 week ago | [YT] | 63

KRUA dot CO

ชาวครัวเคยได้ยินเรื่องกฎ 80/20 กันไหมคะ? มันคือสัดส่วนทองคำของการรักษาสมดุลการกินทั้งร่างกายและจิตใจ ปกติใช้กันในกลุ่มคนไดเอท เพราะการจะปรับพฤติกรรมการกินให้สุดโต่ง ด้วยการเลิกกินของชอบทั้งหมดแล้วกินแต่ของที่ดีต่อสุขภาพ หากทำในระยะสั้นๆ ก็พอจะกล้ำกลืนฝืนทนได้อยู่ แต่ปัญหาคือเรื่องดีๆ ใดๆ ในโลกนี้ล้วนแล้วแต่ต้องการความสม่ำเสมอ ฝืนกินอาหารนกไปได้สักพัก ก็เริ่มจะทนไม่ไหว แล้วก็ไดเอทแตก นักโภชนาการจึงแนะนำให้กินของที่ดีต่อสุขภาพ 80 ส่วน กินของชอบที่อาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ 20 ส่วน เป็นสัดส่วนที่เห็นผลโดยไม่บีบบังคับตัวเองจนเกินไป ทำให้สามารถทำต่อเนื่องได้ยาวๆ
.
แต่ 80/20 ไม่ได้ใช้แค่กับการไดเอทเท่านั้น ล่าสุดเฟสบุ๊ก Let Me Tales You เขาเอามาใช้กับการกินอาหารแปรรูปที่ใกล้ตัวเราทุกคนด้วย เพราะยุคนี้การจะตัดขาดอาหารแปรรูป 100% มันยากเย็น เขาเปรียบเทียบถึงขั้นเหมือนการกลั้นหายใจในดงควันพิษ และทางออกก็คือกฎ 80/20 นั่นเอง
.
80% คือการกิน ‘อาหารจริง’ เน้นวัตถุดิบธรรมชาติที่หน้าตาเหมือนตอนเก็บเกี่ยว เช่น ไข่ต้ม มันเผา ถั่วไม่คลุกเกลือ ทริคเช็กง่ายๆ คือถ้าฉลากส่วนผสมยาวเกิน 3 บรรทัด หรือมีชื่อสารเคมีที่อ่านไม่ออก ให้วางลง เพราะนั่นคืออาหารที่ถูกแปรรูปมาแล้ว 20% คือ ‘พื้นที่ความสุข’ ให้รางวัลตัวเองด้วยของโปรดเพื่อลดความกดดัน ปรับสัดส่วนแค่นี้ผลลัพธ์ที่จะเห็นชัดเจนคือลำไส้จะหายอักเสบ พุงยุบ สมองเลิกตื้อเพราะน้ำตาลไม่สวิง และลิ้นจะถูกรีเซ็ตให้กลับมาสัมผัสความหวานธรรมชาติได้อร่อยขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
.
ความปังของกฎนี้ยังประยุกต์กับการกินได้แทบทุกแบบ Harvard T.H. Chan School of Public Health ให้การรับรองผ่านแนวคิดคุณภาพอาหาร (Diet Quality) และการรักษาสมดุลที่ยั่งยืน รวมถึง Academy of Nutrition and Dietetics ก็สนับสนุนว่าอาหารทุกชนิดรวมอยู่ในรูปแบบการกินที่ดีได้หากสัดส่วนเหมาะสม
.
สรุปสัดส่วน 80/20 ก็คือหลักทางสายกลางในการดูแลร่างกายไปพร้อมกับจิตใจนั่นเอง อยากแข็งแรงแบบไม่ทรมานใจ ต้องลอง

1 week ago | [YT] | 106

KRUA dot CO

ที่แน่ๆ ขนมจีนจับเดียวไม่เคยพอ 😆

1 week ago | [YT] | 115

KRUA dot CO

กลายเป็นไวรัลสนั่นโซเชียล เมื่อศุลกากรสหรัฐฯ เปิดภาพน้อง Merla สุนัข K9 ตัวตึงประจำสนามบิน ทำผลงานสุดจึ้ง ดมเจอทั้งแซนด์วิชหมูและไก่จาก 7-11 ไทยแลนด์ กว่า 100 ชิ้นในกระเป๋าเดินทาง รวมถึงวัตถุดิบสำหรับทำอาหารครบสูตรจากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น มะนาว, หัวหอม, ขมิ้น, พริก และขิง จนต้องออกมาโพสต์เตือนสายแซ่บว่าอย่าได้เสี่ยงหิ้วของต้องห้ามเข้าอเมริกาอีก เพราะไม่มีทางพ้นจมูกน้องไปได้!
.
ตามข้อกำหนดของ U.S. Department of Agriculture อาหารที่มีส่วนประกอบจากเนื้อสัตว์ รวมถึงผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ทุกชนิด จัดเป็น ‘สินค้าเกษตร’ ที่ผู้เดินทางต้องสำแดง (declare) เมื่อเข้าประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง หรือแม้แต่ในสัมภาระติดตัว เหตุผลที่ต้องเข้มขนาดนี้ก็เพราะกลัวโรคระบาดอย่างโรคปากและเท้าเปื่อย (FMD) หรือโรควัวบ้า (BSE) ที่สามารถส่งผลกระทบรุนแรงต่อภาคเกษตร ปศุสัตว์ และเศรษฐกิจของประเทศ
.
ใครไม่สำแดงมีโทษนะคะ ความผิดครั้งแรกปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์ ถ้าเจ้าหน้าที่มองว่าหิ้วมาขาย ค่าปรับจะพุ่งสูงกว่านี้หลายเท่าและอาจถูกระงับวีซ่าได้เลย
.
ทำให้ถูกต้อง มีอะไรก็ declare น้องจะได้ไม่ทำหน้าแบบ “พวกเธออีกแล้วนะ” ชาวเน็ตเห็นแล้วแสนจะเอ็นดู!
.
ที่มา: CBP Office of Field Operations

2 weeks ago | [YT] | 150

KRUA dot CO

แอดเพิ่งรู้ว่า คนภาคใต้ (บางพื้นที่) เขาใส่กะทิในแกงเลียงด้วย รสจะเป็นยังไงน้า? แล้วที่บ้านทำแกงเลียงสูตรไหนกันคะ?

2 weeks ago (edited) | [YT] | 65

KRUA dot CO

ใครเชื่อฝังหัวว่าโปรตีนจากสัตว์เท่านั้นคือที่สุด ลองฟังความเห็นต่างกันสักนิดค่ะ เมื่อคุณหมอสันต์ ใจยอดศิลป์ ยืนยันว่าเรากำลัง ‘บ้าโปรตีนจากสัตว์’ กันมากเกินไป เพราะจริงๆ แล้วแค่โปรตีนจากพืชก็เพียงพอถมเถ

คุณหมอสันต์คืออดีตศัลยแพทย์หัวใจระดับแถวหน้า แต่เมื่อพบว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจเสียเอง กลับเลือกจะไม่ผ่าตัด แล้วหันเข้าสู่วิถีบำบัดทางเลือก บุกเบิกเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ก่อตั้งศูนย์ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Wellness We Care Center) มุ่งเน้นการรักษาโรคเรื้อรังด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและการดำเนินชีวิต จนอาการดีขึ้น และได้กลั่นกรองประสบการณ์พร้อมงานวิจัยระดับโลกมาล้างความเชื่อเรื่องการ ‘บ้าโปรตีน’ (Protein Mania) ที่เราถูกฝังหัวว่าต้องอัดเนื้อสัตว์เพื่อสร้างกล้ามเนื้อ อ้างอิงงานวิจัยจาก Stanford (โดย Prof. Christopher Gardner) ที่พิสูจน์แล้วว่า พืชธรรมชาติทุกชนิดมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด หากเราได้รับแคลอรีที่เพียงพอ พืชก็สร้างกล้ามเนื้อได้ไม่ต่างจากเนื้อสัตว์ แถมไม่มีของแถมเป็นคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัว

คุณหมอแนะนำให้เปลี่ยนจากการโฟกัส ‘สารอาหารเดี่ยวๆ’ (Nutrient-based) มามองที่ ‘รูปแบบการกิน’ (Food Pattern) เช่น อาหารเมดิเตอร์เรเนียน หรือ Plant-based แทน งานวิจัยจาก JAMA Internal Medicine ยืนยันว่าแค่เปลี่ยนแหล่งโปรตีนจากสัตว์มาเป็นพืชเพียง 3-4% อัตราการเสียชีวิตจากโรคเรื้อรังใน 10 ปีก็ลดลง ที่สำคัญคุณหมอยืนยันว่าอาหารไทยคืออาหารสุขภาพระดับโลก เพียงแค่เราเน้นพืชผักและลดเนื้อสัตว์ลง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเครื่องปรุงอย่างกะปิ น้ำปลา หรือผงชูรสจนเกินไป เพราะหัวใจอยู่ที่วัตถุดิบหลัก

เหตุผลที่ต้องเบรกอาการบ้าโปรตีนสัตว์ก็เพราะ 1. โปรตีนสัตว์ทำไตทำงานหนัก 2. กระตุ้นฮอร์โมนที่เชื่อมโยงกับการเติบโตของเซลล์มะเร็ง และ 3. เนื้อสัตว์ไม่มีไฟเบอร์ซึ่งเป็นหัวใจของลำไส้ที่แข็งแรง การเลือกโปรตีนจากพืชจึงเป็นการได้รับสารอาหารที่มาพร้อมไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระ

ใครอยากรู้ลึกกว่านี้ แวะไปช่องยูทูป Wellness We Care Center ที่คุณหมอรณรงค์เรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแหล่งโปรตีนตามที่แนะนำไม่ใช่การทำให้ขาดสารอาหาร แต่คือการเลือกทางรอดที่ยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ เหมือนที่คุณหมอพิสูจน์ด้วยตัวเองมาแล้วค่ะ


ที่มา: FB: Wisdom on The House

2 weeks ago | [YT] | 45