🎯 เพราะจิตวิทยา ''มีมากกว่าการเรียนในหนังสือ''
Life-long Critical Learning
จิตวิทยาหลักสูตรอังฤษ Psychology GCSE A-level วิชาอื่นๆหลักสูตรนานาชาติและจิตวิทยาประยุกต์
📲 ติดต่องาน สอบถามคอร์สเรียน:
0934624554 (ผ่านไลน์) teerasiri98@gmail.com
🔔 Subscribe เลย! มาเรียนรู้จิตวิทยาแบบที่ไม่มีสอนที่ไหนมาก่อน เปลี่ยน Mindset เปลี่ยนอนาคตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น!
Kru Aut Psychology
💙 วันแม่ปีนี้… ลองให้ “ของขวัญที่แม่มองไม่เห็น” ดูไหม?
หลายคนคิดว่าของขวัญวันแม่ที่ดีที่สุดคือ ดอกมะลิ, เงิน, หรือ พาไปกินข้าว
แต่งานวิจัยด้านจิตวิทยาครอบครัว (Family Systems Psychology) บอกว่า…
สิ่งที่แม่อยากได้มากที่สุด บางครั้ง “ไม่ได้อยู่ในมือเรา แต่อยู่ในใจเรา”
📌 ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Emotional Unfinished Business”
ในหลายครอบครัว มีบางคำที่เราไม่เคยพูดกับแม่ — เพราะเกรงใจ อาย หรือคิดว่าแม่รู้อยู่แล้ว
แต่สมองของแม่ (และของเรา) จะเก็บช่องว่างทางอารมณ์นี้ไว้ตลอด
มันคือเหตุผลว่าทำไมบางครั้ง ต่อให้เราเจอกันทุกวัน แต่กลับรู้สึกว่ามี “ระยะห่าง” อยู่ลึกๆ
💡 ถ้าปีนี้…คุณปิดช่องว่างนั้นได้ล่ะ?
ไม่ต้องใช้คำหวานเว่อร์ ไม่ต้องเขียนจดหมายยาวเหยียด
แค่พูดให้ชัด…ในสิ่งที่คุณไม่เคยพูดออกมา
ตัวอย่างง่ายๆ:
— “แม่รู้ไหม ตอนนั้นแม่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยมาก”
— “เราอาจพูดไม่เก่ง แต่เรารู้ว่าแม่เหนื่อยเพื่อเรามาก”
— “ตอนเด็กๆ เราอาจไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เราเข้าใจแล้ว”
ทำไมวิธีนี้ทรงพลังในมุมจิตวิทยา?
เพราะสมองจะตอบสนองต่อ การปิดวงจรทางอารมณ์ (Emotional Closure)
เมื่อเราเคลียร์ช่องว่างความรู้สึก ความผูกพันจะลึกขึ้น และความทรงจำดีๆ จะถูกบันทึกชัดกว่าเดิม
แม่จะไม่เพียง “ได้ยิน” คำพูดคุณ แต่สมองของเธอจะ “เก็บ” มันไว้เป็นหลักฐานว่ารักนี้เป็นจริง
🌼 วันแม่ปีนี้ ลองให้ของขวัญที่ไม่มีใครเห็น…
แต่ทั้งคุณและแม่ “จะรู้สึกได้” ไปอีกตลอดชีวิต
💭 คุณมีประโยคอะไรที่อยากบอกแม่มานาน แต่ยังไม่เคยพูดออกมาบ้าง?
ลองพิมพ์ไว้ในคอมเมนต์ — บางทีวันนี้อาจเป็นวันที่ดีที่สุดที่จะพูด
#วันแม่ #จิตวิทยา #รักแม่ #พัฒนาตัวเอง #psychology #motherday
9 months ago (edited) | [YT] | 3
View 1 reply
Kru Aut Psychology
Psychologists of the Month: January 🌟
เดือนมกราคมไม่ได้มีแค่วันปีใหม่ แต่ยังเป็นเดือนเกิดของนักจิตวิทยาผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลก… เหล่านักจิตวิทยาผู้โด่งดังที่เกิดเดือนมกราคมมีใครบ้างเอ่ย เรามาทำความรู้จักพวกเขากันดีกว่า:
Carl Rogers (เกิด 8 มกราคม 1902)
เห็นด้วยกับแนวคิดนี้กันไหมน้า ว่า ‘‘การเติบโตที่แท้จริงเริ่มต้นจากการยอมรับตัวเอง’’ นักจิตวิทยาท่านนี้เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจใน Humanistic Psychology และเป็นผู้คิดค้นการบำบัดแบบ Client-centred therapy หรือการมองว่าทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองได้ หากได้รับความรักในรูปแบบที่ปราศจากเงื่อนไข Unconditional Positive Regard 💕 เพื่อนๆคิดว่าจริงไหม คิดเห็นกันยังไง สามารถมาแชร์มุมมองต่างๆกันได้นะ 😀
ครูอัฐเชื่อว่าแนวคิดของ Rogers คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสร้าง Mindset ที่ดึงดูดความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นกับตัวเองหรือคนรอบข้างก็ตาม!
William James (11 มกราคม 1842)
‘‘คุณคือผู้กำหนดประสบการณ์ในชีวิต’’ James คือบิดาแห่งจิตวิทยาอเมริกัน 🧠 ผู้มีความเชื่อว่าการตัดสินใจและประสบการณ์ในชีวิตนั้นส่งผลต่อการเติบโตของเรา (stream of consciousness) เมื่อเรามีสติรู้คิด เราจะสามารถกำหนดการกระทำที่ส่งผลต่อชีวิตเราได้
Hans Selye (26 มกราคม 1907)
‘‘ความเครียดไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไป หากเรารู้จักใช้อย่างถูกต้อง’’ เพื่อนๆเห็นด้วยกับแนวคิดของ Selye กันไหมครับ Selye เป็นที่รู้จักในเรื่อง General Adaptation Syndrome (GAS Model) ที่เกี่ยวกับ 3 ช่วงระยะเวลาของความเครียด ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว 💡 ถ้าความเครียดไม่ได้แย่เสมอไป เพื่อนๆคิดว่าความเครียดส่งผลบวกกับชีวิตเรายังไงบ้าง และเครียดนานแค่ไหนถึงจะถือว่าเป็นความเครียดที่ดี กี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี หากเราเรียนรู้ที่จะจัดการกับความเครียด เข้าใจจิตวิทยาความเครียดมากขึ้น ก็จะสามารถเปลี่ยนความเครียดร้าย (distress) เป็นพลังที่สร้างสรรค์ได้ (eustress)
📚 เพื่อนๆสามารถเรียนรู้จิตวิทยาความเครียดได้เพิ่มเติมที่ 👇🏻
www.skilllane.com/courses/Kru-Aut-Psychology-Stres…
Katherine Cook Briggs (3 มกราคม 1875)
‘‘บุคลิกภาพที่แท้จริงของเราคือกุญแจสำคัญของการเข้าใจกัน’’ นักจิตวิทยาท่านนี้เป็นผู้ร่วมพัฒนา Myers-Briggs Type Indicator (MBTI) แบบทดสอบวัดบุคลิกภาพที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เธอทำงานร่วมกับน้องสาว Isabel Myers เพื่อสร้างเครื่องมือช่วยให้คนเข้าใจตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้น 🫂
ส่วนครูอัฐเชื่อว่า ‘ตัวตนที่แท้จริงของคนเรามีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น’ adapt มาจากคำพูดยอดฮิตของนักสืบโคนันนี่เอง 😆 เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน เราจะชอบคิดกันว่าบุคลิกภาพคนเปลี่ยนไปด้วย ย้อนอ่านได้น้า 👉🏻 www.facebook.com/share/p/15HZU5F5Vx/?mibextid=WC7F… รวมถึงย้อนฟังฟรีในเพจและ Youtube ได้ 👉🏻 https://youtu.be/nhJiEAIcK6Q?si=L6aP5...
MBTI เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยพัฒนาความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันเป็นทีม หากแต่มีความเชื่อผิดๆหลายอย่างเกี่ยวกับบุคลิกภาพ เช่น บางบุคลิกภาพไม่สามารถพัฒนาได้
📚 หากเพื่อนๆสนใจเรียนรู้จิตวิทยาบุคลิกภาพ (Personality Psychology) มากขึ้น เพื่อปรับใช้กับชีวิตประจำวัน สามารถเรียนรู้ได้เพิ่มเติมที่ 👇🏻
www.skilllane.com/courses/Kru-Aut-Psychology-Perso…
Happy Learning 2025!
ด้วยรัก
ครูอัฐ 💙
#psychology #จิตวิทยา #kruautpsychology #kruauttheory
---------------------------------------------
ปล . หากท่านไหนสนใจเรียนจิตวิทยาหลักสูตรอินเตอร์ทักเข้ามาได้เลยน้า ❤️❤️❤️
1 year ago | [YT] | 3
View 1 reply
Kru Aut Psychology
บางโรงเรียน อย่างในโรงเรียนนานาชาติมี mentor, well-being team ที่คอย support เด็กในหลายๆด้านรวมถึงเด็กที่มี ADHD ด้วยครับ โรงเรียนอาจไม่ได้บำบัดเด็ก แต่สามารถอยู่ในการดูแลที่เหมาะสม เช่น มีกิจกรรมทำความรู้จักตัวเอง เสริม self-esteem ฝึกสมาธิให้อยู่กับอะไรนานขึ้น ซึ่งในชีวิตประจำวันก็ทำได้เหมือนกัน การเขียน diary หรือวาดรูป เรียนกิฬาช้าๆ แบบ yoga หรือเรียน Public Speaking จะช่วยให้น้องฝึกจิตให้แกร่งและกล้าแสดงออก อาจฟังดูไม่เกี่ยวอะไรกับสอบที่ทำไม่ได้ แต่กิจกรรมพวกนี้จะเสริมพัฒนาการ (soft skills) น้องไปในตัว และเมื่อน้องมั่นใจในตัวเอง จะรู้สึกพร้อมทำสอบแบบไม่เครียดเท่าแต่ก่อน การเรียนรู้ที่จะปรับ mindset น้องโดยการนั่งคุยแบบอ่อนโยน เหมือนคุยแบบเพื่อน และสนับสนุนให้น้องตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองในชีวิตประจำวันก็สามารถช่วยให้น้องกล้าตัดสินใจคำตอบที่จะเขียนในสอบได้ในทางอ้อม แนะนำหลายๆวิธีลองถูกผิด เพราะเด็กอายุ 8 ขวบอยู่ในช่วงวัยการเรียนรู้แล้วเมื่อเขาเจอทางที่ใช่ หรือครูที่คลิกด้วย อาการหลายๆอย่าง รวมถึงการบริหารความเครียดก็จะเริ่มดีขึ้นครับ อย่าลืมชื่นชมในความสำเร็จเล็กๆน้อยๆที่น้องทำ คอยให้กำลังใจเรื่อยๆจะช่วยได้มากๆเลยครับ
1 year ago | [YT] | 3
View 0 replies
Kru Aut Psychology
วัยรุ่นเป็นช่วงเวลาที่ผู้ปกครองจะเป็นห่วงความเหนื่อยและการเปลี่ยนแปลงทางพัฒนาการของน้อง เป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้แต่สิ่งสำคัญคือการช่วยเหลือแบบ step-by-step ที่อาจต้องใช้ความอดทนมากขึ้น เพราะดุเด็กวัยนี้ก็ไม่ฟังแล้ว ปล่อยเด็กก็จะเอาแต่ใจตัวเองแล้วออกนอกลู่นอกทาง อาจค่อยๆปรับให้เรียนพิเศษเพิ่มทีละน้อยแล้ว limit เวลาสังสรรค์ที่ไม่ใช่การเรียนให้น้อยลง เช่นให้น้องทำการบ้านเสร็จก่อนค่อยให้ทำอย่างอื่น หรือให้อธิบายบทเรียนให้พ่อหรือแม่ฟังหน่อย ว่าวันนี้เรียนอะไร บางทีเด็กๆอยากคุยกับพ่อแม่เหมือนคุยกับเพื่อนในวัยนี้ ให้เด็กมีขอบเขตและมองเป้าหมายชีวิต อาจลองถามเด็กว่าหนูคิดว่าอีก 2-5 ปีข้างหน้ามองว่าตัวเองจะทำอะไรกับชีวิต หรือลองให้ทำ career test วางแผนกับ mentor แล้วให้ความสำคัญกับ grade มากขึ้น ถ้าจำเป็นต้องใช้ไม้แข็งก็ต้องดุแบบจริงจังเพื่อแสดงความหวังดี (ในกรณีที่เริ่มจากเบาๆแล้วไม่ได้ผล) อาจต้องใจแข็งแล้วยอมรับว่าเด็กอยากมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น งั้นจัดสรรค์เวลาที่น้องจะมีพื้นที่ส่วนตัวได้ และช่วงเวลาที่อยู่ในการควบคุมดูแล เช่นหลังเลิกเรียนไปเรียนพิเศษ เรียนออนไลน์ต้องเปิดกล้อง ให้พักได้ไม่เกิน 30-60 นาที แล้วทำการบ้านให้เสร็จ นั่งคุยกัน ช่วงค่ำถึงเวลานอนเป็นเวลาอิสระส่วนตัวของน้อง ความใจแข็งและยืดหยุ่นได้ระหว่างการคุย soft เหมือนเพื่อน กับการดุแบบ control สำคัญมาก การสั่งให้ทำการบ้านให้เสร็จ หรือแม้กระทั่งการยึดโทรศัพท์ อาจช่วยได้ในเวลาที่น้อง extreme จริงๆแล้วคะแนนแย่มากๆเพราะน้องไม่ตั้งใจ น้องอาจจะไม่โอเคมากๆ แต่ถ้าคะแนนออกมาดีขึ้น เขาจะรู้สึกขอบคุณเองครับ ถ้าน้องตั้งใจมากขึ้นหรือคะแนนดีขึ้น อาจไม่ต้องเน้นการกระทำที่ extreme อีกต่อไป สามารถปรับความหนักเบาได้ตามสถานการณ์
1 year ago | [YT] | 3
View 0 replies
Kru Aut Psychology
Psychology of Emotions: ทำไมบางคนรู้สึกเหงาตลอดเวลา?
ความเหงาเป็นสภาวะอารมณ์เหมือนกับอารมณ์อื่นๆที่ทุกคนสามารถรู้สึกได้ หากแต่ถ้าเรามีอารมณ์ในด้านลบเกิดขึ้นตลอดและมีในระดับที่มากเกินไป อาจเป็นสัญญาณให้ทบทวนกับตัวเองว่าอาจมีอะไรบางอย่างในชีวิตที่เราต้องจัดการ ดัดแปลง เพื่อให้มีสุขภาพจิตที่แข็งแรงมากขึ้น แล้วทำไมบางคนถึงรู้สึกเหงาตลอดกันแน่นะ?
Fear of missing out หรือ FOMO เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการพัฒนาตัวเอง และเป็นศัพท์ที่เราเห็นกันอยู่บ่อยครั้งตาม social media ในมุมมองจิตวิทยาความเหงามีรากฐานจากความอบอุ่นที่ได้รับในพัฒนาการตั้งแต่วัยเด็ก รวมถึงบุคลิกภาพและความต้องการส่วนตัวของแต่ละบุคคล คนที่รู้สึกเหงาบ่อยอาจรู้สึกขาดอะไรบางอย่างในชีวิต เช่น ความาสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ที่มีคุณภาพจริงๆ ที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ หรือในอีกแง่มุม บางคนอาจเสพติดความบันเทิง (entertainment addiction) เนื่องจากสารเคมีในสมอง (dopamine) ผลิตออกมาเยอะเวลาได้รับความสนุกจากกิจกรรมในสังคม เลยทำให้ขาดเพื่อนหรือแฟนไม่ได้เป็นต้น และในแง่มุมจิตวิทยาที่รุนแรงที่สุด ที่อธิบายความเหงาระยะยาวหรือความเหงาแบบถาวร เป็นไปได้ว่าบางคนประสบกับ trauma ในชีวิตที่ไม่สามารถก้าวผ่านได้ด้วยสภาวะจิตใจของตัวเอง
การที่บางคนเหงามากหรือเหงาตลอดเลยมีที่มาหลายปัจจัย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือบุคคลคนนั้นรู้ตัว มี awareness ว่าในแต่ละความรู้สึกที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไร เปิดใจ ยอมรับและเข้าหาผู้เชี่ยวชาญหากจำเป็น นักจิตวิทยาจะมีกระบวนการทางจิตที่ช่วยให้คนปรับความคิดของตัวเอง ที่เราเรียกกันว่า Cognitive-Behavioural Therapy (CBT) หรือถ้าพบจิตแพทย์อาจได้รับยาเพื่อปรับสารในสมองบางตัว (Drug Therapy)
อย่างไรก็ตาม ครูอัฐไม่ใช่แพทย์และไม่สามารถบำบัดรักษาใครได้ แต่หากใครมีความสนใจเรียนรู้จิตวิทยาการจัดการความคิด อารมณ์และพฤติดรรมของตัวเอง เพื่อพัฒนาตัวเองหรือไว้ใช้สอนผู้อื่น หรือจะนำไปประกอบอาชีพที่ทำอยู่แล้ว ก็สามารถสอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน Applied Psychology for Self-development คอร์สจิตวิทยาประยุกต์เพื่อพัฒนาตัวเอง หัวข้อ Cognition, Emotion and Behaviour คอร์สเรียน Extensive Clinical Psychology จิตวิทยาคลินิกฉบับครอบคลุม เข้ามาได้ทาง Facebook Page: ‘‘Kru Aut Psychology - IGCSE A-level & จิตวิทยาประยุกต์’’ เพื่อพูดคุยรายละเอียดคอร์สเรียน หรือปรึกษาเรื่องราวในชีวิตได้ตามที่ต้องการนะครับ
1 year ago | [YT] | 3
View 0 replies
Kru Aut Psychology
Parenting Psychology: พ่อแม่มีผลต่อบุคลิกภาพลูกยังไง
จากโพสต์ที่แล้ว เราได้เรียนรู้กันว่าบุคลิกภาพคนเราไม่ค่อยเปลี่ยนตลอดทั้งชีวิต มีแต่จะชัดเจนมากขึ้นตามกาลเวลาเท่านั้น และเราก็ได้เรียนรู้ว่าผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ พี่เลี้ยงและครูมีบทบาท มีผลกระทบต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กแรกเกิดที่เปรียบเสมือนผ้าสีขาว แต่คำถามคือพ่อแม่มีผลต่อบุคลิกภาพลูกยังไงกันแน่?
เรามักจะเห็นข่าวปัญหาพัฒนาการเด็กอย่างโรคสมาธิสั้น (ADHD) การระเบิดอารมณ์รุนแรงจากการควบคุมตัวเองไม่ได้ เช่น ความโกรธ พฤติกรรมก้าวร้าวและพฤติกรรมที่ไม่น่ารักอื่นๆอยู่หลายช่วงเวลา ทั้งหมดนี้เกิดจากสภาพแวดล้อม (nurture) และปัจจัยทางพันธุกรรม (nature) ที่ตัวเด็กเองไม่สามารถควบคุมได้ การที่เด็กแรกเกิดเหมือนผ้าขาว พันธุกรรมอาจมีผลต่อบุคลิกภาพพวกเขาอยู่บ้างก็จริง แต่นั่นเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่และคนรอบข้างเปลี่ยนหรือจัดการอะไรไม่ได้ เพราะในมุมมองวิทยาศาสตร์คนเราเลือกเกิดไม่ได้อยู่แล้ว ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่เหลือ ที่สามารถควบคุมได้เลยอยู่ที่สภาพแวดล้อมของตัวเด็ก
อาจเป็นเรื่องที่ sensitive และละเอียดอ่อน แต่ผู้เลี้ยงดูหลัก (Primary Caregiver) อย่างพ่อแม่ มีผลต่อบุคลิกภาพเด็กได้มากสุด โดยเฉพาะในวัยแรกเกิด และอาจฟังดูเป็น commonsense ที่รู้สึกว่าก็รู้อยู่แล้ว แต่พฤติกรรมที่ผู้เลี้ยงดูหลักแสดงออกก็จะส่งผลต่อผ้าขาว บุคลิกภาพ ตัวตนเด็กไปโดยทันที เด็กอาจจะยังไม่ได้หลอกเลียนแบบพฤติกรรมนั้นแบบทันตาเห็น แต่พวกเขาจะค่อยๆซึมซับบุคลิกภาพทั้งด้านดีและไม่ดีจากผู้เลี้ยงดูหลักทีละนิดๆ จนถึงช่วงจังหวะชีวิตที่พวกเขาโตขึ้น ก็จะสร้างตัวตนของตัวเอง (Personal Identity) ขึ้นและแสดงตัวตนของตัวเองออกมานั่นเอง
ส่วนรายละเอียดที่เหลือ หากเพื่อนๆสนใจเรื่องของ Parenting หรืออยากเรียนรู้โรคทางพัฒนาการ (Developmental Disorders) ก็สามารถสอบถามรายละเอียดคอร์สเรียน The Psychology to Successful Parenting จิตวิทยาเด็กและการเลี้ยงลูก คอร์สเรียน Extensive Clinical Psychology จิตวิทยาคลินิกฉบับครอบคลุม เข้ามาได้ทาง Facebook Page: ‘‘Kru Aut Psychology - IGCSE A-level & จิตวิทยาประยุกต์’’ เพื่อพูดคุยรายละเอียดคอร์สเรียน หรือปรึกษาเรื่องราวในชีวิตได้ตามที่ต้องการนะครับ
1 year ago | [YT] | 3
View 0 replies
Kru Aut Psychology
Personality Psychology: Can personality change over time?
บุคลิกภาพคนเราสามารถเปลี่ยนได้ไหม… หลายคนเวลาทำ Personality test อาจค้นพบว่าตัวเองเปลี่ยนไปตามการเวลา เช่น บางครั้งผลออกมาว่าเป็น Extrovert แต่บางครั้งก็มีความเป็น Introvert มากกว่า
ตามหลักการจิตวิทยาแล้ว บุคลิกภาพที่แท้จริงของคนเราจะไม่ค่อยเปลี่ยนทั้งชีวิตเลยก็ว่าได้ นักจิตวิทยาเชื่อว่าตัวตนของคนเราแค่ชัดเจนมากขึ้นตามอายุเท่านั้น เพราะเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตทำให้เรา ‘‘เป็นตัวของตัวเอง’’ มากขึ้น เพื่อดำรงชีวิตในแบบที่เข้ากับเราได้ดีที่สุด เช่น วัยเด็กก็เปรียบเหมือนผ้าขาว ที่เด็กแรกเกิดยังไม่มีประสบการณ์ชีวิตอะไร ผู้ใหญ่ คนเป็นพ่อแม่รวมถึงพี่เลี้ยงและครู ต่างก็มอบประสบการณ์ใหม่ๆให้กับเด็กน้อย จนเขาค่อยๆโตขึ้นแล้วค้นพบตัวเองมากขึ้น และการที่คนๆนึงค้นพบตัวตนของตัวเอง (Personal Identity) ได้ชัดเจนมากขึ้นก็สะท้อนให้เราเห็นถึงบุคลิกที่แท้จริงของเขามากขึ้น มากกว่าการที่จะเข้าใจว่าคนๆนึงเปลี่ยนไป
ครูอัฐขอยกตัวเองเป็นเคสตัวอย่างนะครับ ส่วนตัวแล้วเป็นคน Introvert และตาม stereotype ของคนเป็น Introvert หรือผู้มีโลกส่วนตัวสูง คนก็จะมองว่าเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม หรือบ้างก็เข้าใจว่าเป็นคนขี้อาย และมีอีกเยอเลยะ555… แต่พอเรียนจบจากประเทศอังกฤษ (University of Bristol) แล้วกลับไทย หลายคนมองว่าครูอัฐมีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปจากการไปเรียนต่างประเทศ ซึ่งเป็นอะไรที่ common กับชาว Introvert คนอื่นด้วยเหมือนกัน คนจะมองว่าเรากล้าแสดงออก มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าตัดสินใจมากขึ้น ซึ่งการไปเรียนกลับมาก็อาจมีผลอยู่จริง แต่ถ้าในแง่มุมของบุคลิกภาพ ครูอัฐไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีบุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เราแค่ได้มีโอกาสเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นก็เท่านั้นเอง55555 และบาง Personality Traits ที่ผู้ใหญ่หลายคนคาดหวังในตัวน้องๆ จริงๆแล้วพวกเขามีในตัวอยู่แล้วครับ เพียงแต่ถึงจังหวะชีวิตที่เหมาะสมในการ ‘‘เป็นตัวของพวกเขาเอง’’ จริงๆหรือยัง
สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง Personality and Individual Differences จิตวิทยาบุคลิกภาพและความแตกต่างระหว่างผู้คน รวมถึง The Psychology to Successful Parenting จิตวิทยาการเลี้ยงลูก สามารถสอบถามเข้ามาได้ทาง Facebook Page: ‘‘Kru Aut Psychology - IGCSE A-level & จิตวิทยาประยุกต์’’ เพื่อพูดคุยรายละเอียดคอร์สเรียน หรือปรึกษาเรื่องราวในชีวิตได้ตามที่ต้องการนะครับ
1 year ago | [YT] | 3
View 0 replies
Kru Aut Psychology
Personality Psychology: ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Introvert และ Extrovert
หลายคนมองว่าคนที่เป็น Introvert หรือคนที่มีโลกส่วนตัวสูงมักจะเก็บตัว เข้ากับคนยาก ไม่ชอบเข้าสังคม บ้างก็คิดว่าคนกลุ่มนี้ไม่อยากคบใครเลย เพราะอยู่คนเดียวแล้วสบายใจมากกว่า อยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่รู้สึกเหงา จัดการและแก้ไขปัญหาตัวเองได้ หรือไม่ก็รำคาญคนอื่นง่าย ในหนัง ละคร หรือการ์ตูน เราก็อาจเคยเห็นตัวละคร Introvert ที่เป็นตัวละครอยู่แบบสันโดษ เดียวดายในป่าหรือทะเลลึก บางตัวละครก็เป็นมนุษย์ต่างดาวที่ใช้ชีวิตอยู่ห่างไกลจากผู้คน
ในทางตรงข้ามคนเรามักมองชาว Extrovert ว่าเป็นคนที่ต้องปาร์ตี้และเข้าสังคมอยู่ตลอดเวลา เหงาง่าย อยู่คนเดียวไม่ได้ และต้องการความสนใจจากผู้อื่น ชอบปรับพฤติกรรมตัวเองให้เข้ากับกลุ่มเพื่อน จะได้ไปไหนมาไหนมีคนรู้จักเยอะๆ ตามหนัง ละคร การ์ตูนและในชีวิตจริง เรามักจะมองตัวละครที่พูดเก่งๆ ทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน ดู active ตลอดเวลาว่าเป็นคนประเภท Extrovert แต่เอาเข้าจริงไม่ว่าจะชาว Introvert หรือ Extrovert คนเราก็มีความสลับซับซ้อนมากกว่าความเข้าใจทั่วๆไปที่เกิดจากค่านิยมทางสังคมที่คนเราสร้าง stereotype ขึ้นมาและ label เพื่อนๆมนุษย์ด้วยกัน
เช่น บ่อยครั้ง เราก็พบเจอ Introvert ที่เหงา และต้องการเข้าสังคม อยากรู้จักคนใหม่ๆและมี connections มากขึ้น เช่นกัน ไม่ใช่ Extrovert ทุกคนที่ต้องเข้าสังคมตลอดเวลา บางคนก็เหนื่อยลและเบื่อหน่ายกับการใช้พลังงานกับคนอื่นมากเกินไป เลยไม่แปลกที่จะเห็นคนเป็น Extrovert ใช้เวลาอยู่กับตัวเองในบางสถานการณ์
หากเพื่อนๆคนไหนสนใจจิตวิทยาด้าน Personality and Individual Differences จิตวิทยาบุคลิกภาพและความแตกต่างระหว่างผู้คน สามารถสอบถามเข้ามาได้ทาง Facebook Page: ‘‘Kru Aut Psychology - IGCSE A-level & จิตวิทยาประยุกต์’’ เพื่อพูดคุยรายละเอียดคอร์สเรียน หรือปรึกษาเรื่องราวในชีวิตได้ตามที่ต้องการนะครับ 🙏🏼😃😃
1 year ago | [YT] | 3
View 0 replies