ขอต้อนรับสู่ช่อง “Ajahn's Blessings”
ช่องที่จะพาคุณย้อนรอยสู่เรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์ของพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิชา ทั้งประวัติที่น่าศึกษา ตำนานที่เล่าขานกันมาหลายรุ่น รวมถึงวัตถุมงคล พระเหรียญ พระเครื่อง และของขลังต่าง ๆ ที่เปี่ยมด้วยพุทธคุณ ถ่ายทอดด้วยความเคารพและศรัทธา เพื่อผู้ที่สนใจศึกษาธรรม วิชาพุทธาคม และตำนานพระเกจิ รวมถึงนิยายเสียง
อย่าลืมกดติดตาม กดกระดิ่ง และรับฟังทุกเรื่องราวที่จะทำให้คุณศรัทธามากยิ่งขึ้น 🙏
Ajahn's Blessings
ถ้าไม่บวช...ต้องตาย! คำทำนายชะตาขาดที่เปลี่ยนชีวิต 'ทิดเชื้อ' สู่ยอดสงฆ์เมืองชัยนาท"
"พบกับเรื่องราวปาฏิหาริย์ที่เหนือคำบรรยายของ 'หลวงพ่อเชื้อ สุกกวัณโณ' (พระครูอาทรสิกขการ) แห่งวัดใหม่บำเพ็ญบุญ จ.ชัยนาท ยอดพระเกจิผู้เป็นเจ้าของฉายา 'สุกสดใสประดุจทองคำ'
ในคลิปนี้ เราจะพาทุกท่านย้อนรอยอดีตสู่ปี พ.ศ. 2473 เมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นฆราวาสและล้มป่วยด้วยโรคประหลาดที่ไม่มีใครรักษาได้ จนกระทั่งได้พบกับ 'หลวงพ่อโม วัดจันทนาราม' ผู้ที่มองเห็นวิบากกรรมและคำสัญญาในอดีตของท่าน วินาทีที่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเพียงเพราะคำรับปากว่าจะ 'บวชไม่สึก' คือจุดเริ่มต้นของยอดพระเกจิผู้เปี่ยมด้วยเมตตาและอาคมแกร่งกล้า
เนื้อหาในคลิป:
00:00 - เกริ่นนำ: ปาฏิหาริย์เมืองชัยนาท
02:15 - โรคประหลาดและวิบากกรรมของทิดเชื้อ
10:40 - พบหลวงพ่อโม วัดจันทนาราม: คำทำนายชะตาชีวิต
18:30 - ปาฏิหาริย์น้ำมนต์และสัตยาธิษฐาน
25:00 - อุปสมบทครั้งที่สอง สู่การเป็นศิษย์หลวงพ่อเดิม
📌 กดติดตาม (Subscribe) และกดกระดิ่งแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้พลาดคลิปประวัติพระเกจิที่หาฟังยากในตอนต่อไป
#หลวงพ่อเชื้อ #วัดใหม่บำเพ็ญบุญ #ชัยนาท #ประวัติพระเกจิ #หลวงพ่อโม #หลวงพ่อเดิม #ปาฏิหาริย์ #เรื่องเล่าธรรมะ #พระเครื่อง #ธรรมะสอนใจ"
1 day ago | [YT] | 29
View 0 replies
Ajahn's Blessings
เปิดตำนานพระเกจิศักดิ์สิทธิ์ | หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม & หลวงพ่อมา วัดหาดสูง
2 ตำนานพระเกจิศักดิ์สิทธิ์
เรื่องเล่าศรัทธาของพระเกจิอาจารย์ผู้เปี่ยมเมตตา หลวงพ่อห้อง วัดช่องลม ผู้เลื่องชื่อยันต์พระโมคคัลลานะ.และหลวงพ่อมา วัดหาดสูง พระอุปัชฌาย์ผู้เรืองอาคม
ตำนานเหรียญดัง พุทธคุณแรง ที่ศิษย์เชื่อมั่นไม่เสื่อมคลาย.รับฟังด้วยใจ…แล้วศรัทธาจะนำทาง
#หลวงพ่อห้อง #หลวงพ่อมา #พระเกจิศักดิ์สิทธิ์ #ตำนานพระเกจิ #เรื่องเล่าศรัทธา
#พุทธคุณ #เหรียญดัง #ยันต์ขลัง #พระเครื่อง #สายมู
1 day ago | [YT] | 5
View 0 replies
Ajahn's Blessings
สวัสดีปีใหม่ 2569 ครับทุกท่าน..
เริ่มต้นด้วยเรื่องเล่าขานถึง "ผู้อยู่เหนือกาลเวลา" ท่ามกลางแมกไม้อันเขียวขจีและไอหมอกของเทือกเขาพนมดงรักที่ทอดยาวเป็นพรมแดนไทย-กัมพูชา...
ในอดีตราว 50-60 ปีก่อน หากใครเดินทางผ่านท้องทุ่งแถบอำเภอขุขันธ์หรือภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ มักจะได้ยินเรื่องราวของพระชราแปลกหน้าผู้หนึ่ง ท่านไม่มีวัดประจำ ไม่มีสมบัติพัสถาน มีเพียงสบงผืนเก่าสีซีดครองกาย ท่ามกลางชาวบ้านที่เล่าต่อกันว่า "ท่านอยู่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว" ตั้งแต่รุ่นทวดจนถึงรุ่นเหลน ทุกคนต่างเห็นท่านในภาพลักษณ์เดิม คือพระธุดงค์ผู้มีแววตาเปี่ยมเมตตาแต่แฝงด้วยตบะบารมีอันกล้าแกร่ง
บรรยากาศในสมัยนั้นยังเป็นป่าทึบและทุ่งนาเวิ้งว้าง หลวงปู่สรวงมักจะปรากฏตัวตามกระท่อมนาเก่าๆ หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ ชีวิตประจำวันของท่านช่างเรียบง่ายทว่าแปลกประหลาดในสายตาชาวโลก ท่านมักจะ "ก่อกองไฟ" ไว้ข้างกายเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อนหรือฤดูหนาว ท่านจะนำข้าวของที่ชาวบ้านนำมาถวาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหมชั้นดี เงินทอง หรืออาหารเลิศรส โยนเข้ากองไฟไปเสียสิ้น เพื่อสอนให้เห็นว่า "ทุกอย่างเป็นเพียงธาตุธาตุหนึ่งที่ย่อมแตกสลายไป"
ท่านจะนั่งอยู่ท่ามกลางควันไฟ นิ่งสงบดั่งหินผา บางวันท่านจะนำ "ว่าว" ตัวใหญ่ขึ้นไปผูกไว้บนยอดไม้สูง ล้อเล่นกับสายลมประหนึ่งสื่อสารกับสรวงสวรรค์ จนเป็นที่มาของฉายา "เทวดาเล่นดิน"
เรื่องราวปาฏิหาริย์ของท่านนั้นมีนับไม่ถ้วน หนึ่งในเรื่องที่เล่าขานกันมากที่สุดคือ "การย่นระยะทาง"
พระผู้มากับสายลม: มีเรื่องเล่าว่าชาวบ้านขับรถไปทำธุระที่ต่างจังหวัด เห็นหลวงปู่เดินอยู่ริมถนน แต่เมื่อขับไปได้เพียงครู่เดียว กลับพบหลวงปู่นั่งฉันน้ำรออยู่ข้างหน้าห่างไปนับร้อยกิโลเมตร
ลาภลอยจากดิน: ครั้งหนึ่งชาวบ้านที่ยากจนไปกราบขอพร ท่านหยิบดินสอมาขีดเขียนลงบนใบไม้หรือบนดินเป็นตัวเลขขยุกขยิก หลายคนนำไปตีเป็นเลขจนโชคดีถูกรางวัลใหญ่ กลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน จนชื่อเสียงด้านโชคลาภของท่านขจรขจายไปทั่วประเทศ
แม้ท่านจะพูดน้อย แต่คำสอนของท่านแฝงอยู่ในทุกการกระทำ คำอวยพรอมตะของท่านคือ "บายตึ๊กเจีย" (ข้าวน้ำดี) เป็นการสอนให้รู้จักความพอเพียงและการมีอยู่มีกินอย่างสงบสุข ท่านสอนให้คน "ละ" ความโลภด้วยการเผาสิ่งของให้ดูเป็นตัวอย่าง และสอนให้คน "อยู่" กับปัจจุบันขณะอย่างเบาสบายเหมือนว่าวที่ลอยลม
ท่ามกลางเสียงกระดิ่งลมและกลิ่นธูปหอมที่อบอวล ณ วัดไพรพัฒนา เรื่องราวชีวิตประจำวันของหลวงปู่สรวงในอดีต ยังคงถูกเล่าขานเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพื่อส่งต่อข้อเท็จจริงแห่งความ "สมถะ" ให้คนรุ่นหลังได้ประจักษ์
ชีวิตที่ไร้พันธนาการ
ในอดีตนั้น ชีวิตประจำวันของหลวงปู่สรวงหาได้มีตารางเวลาเหมือนพระสงฆ์ทั่วไป ท่านไม่มีกุฏิที่สร้างจากปูนหรือไม้ประดับลวดลาย แต่ท่านเลือกจะจำวัดตาม "กระท่อมปลายนา" ที่ผุพังหรือเพิงหมาแหงนเล็กๆ ที่พอจะกันแดดฝนได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว ชาวบ้านในสมัยนั้นมักจะเห็นท่านนั่งชันเข่าอยู่บนกองฟาง หรือนั่งสงบนิ่งอยู่กลางทุ่งนาท่ามกลางแดดจ้าประหนึ่งว่าความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่สามารถทำอันตรายผิวพรรณท่านได้เลย
กิจวัตรที่แปลกประหลาดทว่าลึกซึ้ง
การอาบน้ำท่ามกลางสายฝน: บางครั้งเมื่อฝนตกหนัก หลวงปู่จะออกมานั่งอาบน้ำกลางฝนอย่างสำรวม ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการชำระล้างวิญญาณและรับพลังจากธรรมชาติ
การปั้นดินเป็นคำสอน: ในวันว่างท่านมักจะหยิบดินเหนียวรอบตัวมาปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ บางครั้งเป็นรูปสัตว์ บางครั้งเป็นรูปคน แล้วทิ้งไว้ให้แห้งกรอบแตกสลายไป เป็นการแสดงธรรมให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของสังขาร
อาหารที่ไร้รสชาติ: ท่านฉันอาหารอย่างง่ายที่สุด มักเป็นข้าวเปล่า หรือของที่ชาวบ้านนำมาใส่บาตรตามมีตามเกิด ท่านไม่เคยบ่นเรื่องรสชาติ และมักจะแบ่งปันอาหารเหล่านั้นให้แก่สุนัขจรจัดหรือสัตว์ป่าที่อยู่รายรอบตัวท่านเสมอ
มีเรื่องเล่าจากคนขับรถบรรทุกในสมัยนั้นว่า ครั้งหนึ่งเคยนิมนต์หลวงปู่ขึ้นรถเพื่อไปส่งยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง ระหว่างทางหลวงปู่ขอนั่งบนหลังคารถท่ามกลางแดดเปรี้ยง เมื่อถึงจุดหมาย ปรากฏว่าร่างของหลวงปู่ "เย็นเฉียบ" ราวกับเพิ่งออกมาจากห้องแอร์ ทั้งที่อากาศข้างนอกร้อนระอุเกือบ 40 องศาเซลเซียส
นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ของชาวบ้านที่เห็นท่าน "เดินลุยน้ำ" ข้ามลำห้วยที่เชี่ยวกรากในช่วงฤดูน้ำหลาก โดยที่สบงของท่านไม่เปียกโชกเหมือนคนทั่วไป แต่กลับดูแห้งและสะอาดสะอ้านเหมือนเดินบนบกอย่างไรอย่างนั้น
การที่ท่านชอบเล่นว่าว หรือปักเสาไม้สูงๆ นั้น ไม่ใช่การละเล่นแบบเด็กๆ แต่เป็นกุศโลบายสอนใจว่า "ชีวิตมนุษย์ก็เหมือนว่าว" หากไม่มีสายป่าน (สติ) คอยดึงไว้ และไม่มีลม (บุญบารมี) คอยหนุนส่ง ก็ไม่อาจลอยสูงได้ แต่ถึงจะสูงเพียงใด วันหนึ่งก็ต้องตกลงสู่ดิน (ความตาย) เป็นธรรมดา
เมื่อเรื่องราวความอัศจรรย์ของ "เทวดาเล่นดิน" ขจรขจายไปไกล เหล่าศิษยานุศิษย์และผู้ศรัทธาต่างแสวงหาสิ่งมงคลเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ทว่าวัตถุมงคลของหลวงปู่สรวงนั้นกลับแปลกแยกจากขนบธรรมเนียมพระเกจิทั่วไป เพราะท่านไม่ได้เน้นการปลุกเสกตามพิธีกรรมที่หรูหรา แต่ท่านใช้ "ธาตุทั้ง 4" คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ เป็นตัวประสานอิทธิฤทธิ์
ในสมัยนั้น วัตถุมงคลที่ผู้คนหวงแหนที่สุดมักจะเป็นของที่หลวงปู่ "โยนทิ้ง" หรือ "เผาไฟ"
พระดินเผาและดินก้อน: มีหลายครั้งที่ท่านหยิบดินเหนียวตามท้องนามาปั้นเป็นรูปพระอย่างง่ายๆ หรือเพียงแค่ขยำดินเป็นก้อนแล้วโยนใส่กองไฟ เมื่อไฟมอดลง ดินเหล่านั้นกลับแกร่งประดุจหินและมีพลังอย่างประหลาด ผู้ที่ได้รับไปมักเกิดประสบการณ์แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างเหลือเชื่อ
จีวรและเศษผ้า: ชิ้นส่วนสบงเก่าๆ ที่ท่านผลัดเปลี่ยน ชาวบ้านจะรีบไปเก็บมาบูชา เพราะเชื่อว่าผ้าที่สัมผัสกายพระผู้อยู่เหนือกาลเวลานั้น มีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมและป้องกันคุณไสยมนต์ดำ
มีเรื่องเล่าอันเป็นที่โจษจันว่า เคยมีเศรษฐีผู้หนึ่งนำเงินจำนวนมากไปถวายหลวงปู่ด้วยความหวังจะต่อยอดบุญ หลวงปู่รับมาแล้วโยนเข้ากองไฟทันทีท่ามกลางอาการตกตะลึงของผู้พบเห็น แต่เมื่อเศรษฐีผู้นั้นกลับไปถึงบ้าน กลับพบว่าธุรกิจที่กำลังจะล้มละลายได้รับความช่วยเหลืออย่างปาฏิหาริย์ และมีเงินไหลเข้ามามากกว่าที่โยนลงกองไฟหลายเท่าตัว ท่านสอนให้เห็นว่า "ยิ่งสละออก ยิ่งได้รับคืน"
ปัจจุบัน ณ วัดไพรพัฒนา จังหวัดศรีสะเกษ การเข้ากราบไหว้สรีระสังขารของท่านในโลงแก้วยังคงเนืองแน่นไปด้วยผู้คน โดยเฉพาะในปี 2569 นี้ ทางวัดได้มีการจัดระเบียบและพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับคลื่นศรัทธาจากทั่วเอเชีย
การขอพรด้วยว่าว: ผู้คนนิยมนำ "ว่าวขนาดใหญ่" มาถวายและเขียนชื่อ-นามสกุลติดไว้ เพื่อให้หลวงปู่นำพาความทุกข์โศกลอยไปกับลม และนำพาความสำเร็จลอยกลับมา
การเดินลอดใต้โลงแก้ว: เป็นประเพณีความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคล ชำระล้างสิ่งไม่ดีออกจากตัว และขอให้มีสุขภาพแข็งแรงเหมือนหลวงปู่ที่อายุยืนยาว
หลวงปู่สรวงทิ้งมรดกทางธรรมไว้ผ่านความเรียบง่าย ท่านทำให้เราเห็นว่า ตำแหน่ง ลาภยศ หรือที่อยู่อาศัยที่หรูหรานั้น ไม่ใช่แก่นสารของชีวิต ความสุขที่แท้จริงคือการมี "บายตึ๊กเจีย" (มีข้าวน้ำดี) มีจิตใจที่สงบ และรู้จักแบ่งปัน
หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังดินแดนอีสานใต้ อย่าลืมแวะไปที่ อำเภอภูสิงห์ เพื่อสัมผัสพลังศรัทธาที่กาลเวลาก็ไม่อาจลบเลือนด้วยตัวท่านเองสักครั้งหนึ่งในชีวิต
#หลวงปู่สรวง #เทวดาเล่นดิน #เทวดาเดินดิน #วัดไพรพัฒนา #บายตึ๊กเจีย #หลวงปู่สรวง500ปี #ศรัทธาหลวงปู่สรวง
#ปาฏิหาริย์พระเกจิ #พระเครื่องเมืองศรีสะเกษ #พนมดงรัก #ตำนานพระป่า #ขอพรโชคลาภ #ศิษย์หลวงปู่สรวง #สรีระไม่เน่าเปื่อย
2 days ago | [YT] | 476
View 7 replies
Ajahn's Blessings
จากนักเลงสู่พระเกจิ | ชีวิตจริงหลวงปู่โส ธัมมปาโล
อดีตนักเลงผู้ไม่กลัวอาวุธใด“ชีวิตพลิกผัน…สู่ตำนานศรัทธา” กลับกลายเป็นพระเกจิผู้ทรงศีลและวิทยาคม
ชีวิตของหลวงปู่โส ธัมมปาโล คือบทเรียนแห่งกรรม ศรัทธา และการเปลี่ยนแปลง
ฟังแล้วได้ทั้งข้อคิดและแรงศรัทธา
#ชีวิตจริงพระเกจิ #หลวงปู่โส
#ธรรมะสอนใจ #เรื่องเล่าศรัทธา #สายบุญ
3 days ago | [YT] | 11
View 0 replies
Ajahn's Blessings
เปิดตำนาน 2 สุดยอดพระเกจิอาจารย์เชื้อสายรามัญ (มอญ) แห่งลุ่มน้ำภาคกลาง "หลวงปู่รอด พุทธสณฺโฑ" วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร และ "หลวงปู่สุดใจ คชเสนี" วัดจวนดำรงราชพลขันธ์ จ.สมุทรปราการ
ในคลิปนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกเรื่องราวพุทธาคม วาจาสิทธิ์ และปาฏิหาริย์ที่เล่าขานกันมานับร้อยปี ของสองบูรพาจารย์สายมอญที่มีตบะบารมีแก่กล้า
หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน: เจ้าของฉายา "ดวงตาสยบพยศ" และวัตถุมงคลเหรียญหล่อแซยิดที่ขึ้นชื่อเรื่องความแคล้วคลาด "รอด" พ้นจากอุปสรรคทั้งปวง
หลวงปู่สุดใจ วัดจวนฯ: พระผู้สืบทอดวิชาสายตระกูลคชเสนี ผู้เป็นอาจารย์ของเกจิดังหลายรูป และเป็นที่พึ่งทางใจของชาวพระประแดง
ร่วมเดินทางย้อนรอยประวัติศาสตร์และฟังเรื่องเล่าความศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงเป็นอมตะจนถึงปัจจุบัน
📌 หากคุณเคยมีประสบการณ์หรือความศรัทธาในหลวงปู่ท่านใด คอมเมนต์แชร์เรื่องราวกันได้ที่ใต้คลิปนี้ครับ!
📌 อย่าลืมกด Subscribe และกดกระดิ่งแจ้งเตือน เพื่อไม่ให้พลาดคลิปตำนานพระเกจิและเรื่องราวลี้ลับในคลิปต่อไป
#หลวงปู่รอดวัดบางน้ำวน #หลวงปู่สุดใจวัดจวน #ตำนานพระเกจิ #พระเกจิสายมอญ #วัตถุมงคล #พระเครื่อง #วัดบางน้ำวน #วัดจวนดำรงราชพลขันธ์ #สมุทรสาคร #พระประแดง #แคล้วคลาด #วาจาสิทธิ์ #เรื่องเล่าชาวบ้าน #ส่องพระเครื่อง #อริยสงฆ์ไทย
5 days ago | [YT] | 31
View 0 replies
Ajahn's Blessings
"บูรพาจารย์แห่งกองทัพธรรม: มหากาพย์ชีวิตและทางสายวิเวก หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" @AJAHN-e7f
"ร่วมย้อนรอยอดีตสู่บ้านคำบง จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อติดตามเรื่องราวชีวิตของ 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต' บูรพาจารย์แห่งสายพระป่าที่ลึกซึ้งที่สุด
ในคลิปนี้ (ตอนที่ 1-3):
✅ สัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตวัยเด็กและการวางรากฐานจิตใจ
✅ บทสนทนาธรรมภาษาอีสานที่กินใจระหว่างท่านกับโยมแม่
✅ วินาทีการพบกันครั้งแรกกับ 'หลวงปู่เสาร์ กันตสีโล' ครูบาอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่
เพื่อไม่ให้พลาดการติดตามเส้นทางวิมุตติรสในตอนต่อไป (ตอนที่ 6: จาริกข้ามโขง)
🔔 กดติดตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะครับ 🔔
#หลวงปู่มั่น #ประวัติหลวงปู่มั่น #พระป่ากรรมฐาน #ธรรมะสอนใจ #เรื่องเล่าพระธุดงค์ #หลวงปู่เสาร์ #กองทัพธรรม #ฟังธรรมะ"
5 days ago (edited) | [YT] | 44
View 0 replies
Ajahn's Blessings
“ตำนานหลวงพ่อชม”
“เหรียญศักดิ์สิทธิ์… หายากที่สุด”
ตำนานหลวงพ่อชม วัดพุทไธศวรรย์ พระเกจิผู้สร้างคุณูปการมากมาย ทั้งการบูรณะวัด การปกครองคณะสงฆ์ และการสร้างเหรียญศักดิ์สิทธิ์ที่หายากยิ่ง เรื่องราวแห่งศรัทธาที่ไม่ควรถูกลืม ฟังจบแล้วจะเข้าใจว่า ทำไมท่านจึงเป็นที่เคารพศรัทธาจนถึงวันนี้
#หลวงพ่อชม #วัดพุทไธศวรรย์ #ตำนานพระเกจิ #พระเครื่อง #เหรียญหายาก #อยุธยา
1 week ago | [YT] | 65
View 2 replies
Ajahn's Blessings
"สวัสดียามสิริมงคลครับทุกท่าน...
ท่ามกลางความเงียบสงัดในห้องกรรมฐานอันอบอวลด้วยไอแห่งความศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดประดู่ฉิมพลี ในคิมหันตฤดูปีหนึ่ง แสงแดดรำไรลอดผ่านหน้าต่างกุฏิหลวงปู่โต๊ะ กลิ่นอบเชยและว่านยาที่ใช้ทำพระปิดตาอบอวลไปทั่วบริเวณ หลวงพ่อสุด วัดกาหลง ในวัยที่บารมีกำลังแก่กล้า ได้เดินทางมาเข้าพบหลวงปู่โต๊ะ เพื่อสนทนาธรรม และแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชา การบรรจบกันของสองสายธารแห่งพุทธาคม เมื่อ 'เสือแห่งลุ่มน้ำท่าจีน' อย่างหลวงพ่อสุด เดินทางมาพบกับ 'เทพเจ้าแห่งความเมตตา' อย่างหลวงปู่โต๊ะ ...
ในยามพลบค่ำที่เสียงระฆังวัด ดังแว่วมาตามลม หลวงพ่อสุดในวัยหนุ่มใหญ่ผู้มีความเชี่ยวชาญในยันต์ตะกร้อ และวิชาคงกระพัน ได้เข้ากราบหลวงปู่โต๊ะเพื่อสนทนาถึง "ทางธรรม" และ "พลังจิต"
หลวงปู่โต๊ะผู้มีใบหน้ายิ้มแย้มและแววตาที่สงบนิ่งดั่งมหาสมุทร ได้ชี้แนะว่า “การมีเกราะเหล็กคุ้มกายนั้นดี แต่มันสู้มีเกราะเมตตาคุ้มใจไม่ได้นะท่านสุด”
แม้หลวงพ่อสุด จะขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวชนิดแมลงวันไม่ได้กินเลือด... แต่ท่านก็ตระหนักดีว่า 'การมีอำนาจแต่ไร้เมตตา'
จากนั้นหลวงพ่อสุดจึงได้ขอรับการถ่ายทอด “วิชาเมตตามหานิยมชั้นสูง” “การเข้าฌานกสิณเพื่อลาภผล”
"วิชาพระสังกัจจายน์" และ "วิชาการทำผงอิทธิเจ" จากหลวงปู่โต๊ะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเมตตา และโชคลาภอย่างที่สุด
เพื่อนำมาบรรจุลงในวัตถุมงคลของท่าน ให้ไม่ได้มีเพียงแค่ความ 'เหนียว' แต่ต้องมีความ 'รวย' และ 'เมตตา' ควบคู่กันไป
วิชาสำคัญที่หลวงพ่อสุดมักนำมาใช้ควบคู่กับยันต์ตะกร้อหลังจากการแลกเปลี่ยนกับหลวงปู่โต๊ะ คือ "คาถาพระปิดตา (นะมิ)" และ "คาถาหัวใจมหาเศรษฐี" โดยมีหัวใจสำคัญคือการบริกรรมคาถาพร้อมกับการกำหนดลมหายใจให้เป็นหนึ่งเดียว
พระคาถาอาราธนาพุทธคุณ ตามแนวทางที่ท่านได้ศึกษามา
"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ" (๓ จบ)
"นะเมตตา โมกรุณา พุทธปราณี ธายินดี ยะเอ็นดู"
"จะภะกะสะ นะมะพะทะ" (หัวใจธาตุสี่ เพื่อความคงกระพัน)
"นะชาลีติ" (หัวใจพระสีวลี เพื่อโชคลาภและเมตตา)
นะเมตตา... ยะเอ็นดู: เป็นบทที่หลวงพ่อสุดเน้นย้ำ เพื่อปรับสมดุลให้ผู้ที่พกพาตะกรุดของท่าน ไม่ให้มีนิสัยวู่วามหรือดุดันเกินไป แต่ให้ได้รับความรักความสงสารจากผู้ใหญ่และศัตรู
จะภะกะสะ นะมะพะทะ: คือการหนุนธาตุให้วัตถุมงคลมีพลังอำนาจ ป้องกันศาสตราวุธ (คงกระพัน)
นะชาลีติ: เป็นบทที่ได้รับอิทธิพลจากสายหลวงปู่โต๊ะ เพื่อเปิดทางให้ผู้บูชาไม่อดไม่อยาก มีลาภสักการะไหลมาเทมา
ด้วยเหตุนี้ วัตถุมงคลของหลวงพ่อสุดในรุ่นหลังๆ เช่น เหรียญเสือเผ่น หรือตะกรุดโทน จึงมีอานุภาพแปลกประหลาด คือใครพกพาแล้วมักจะมีโชคลาภลอยมาแบบไม่คาดฝัน และเจ้านายมักจะให้ความอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นอิทธิพลจากสายวิชาของหลวงปู่โต๊ะนั่นเอง
ความสัมพันธ์ของท่านทั้งสองแน่นแฟ้นถึงขั้นที่หลวงปู่โต๊ะเคยกล่าวว่า "หลวงพ่อสุดท่านมีจิตที่นิ่งดั่งหินผา" และท่านทั้งสองยังมักถูกนิมนต์ให้ไปนั่งปรกปลุกเสกร่วมกันในพิธีใหญ่ๆ อยู่เสมอ เสมือนเป็นการรวมพลังของ 'เหล็กกล้า' และ 'แพรไหม' เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว....
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
หากท่านศรัทธาในเรื่องราวตำนานพระเกจิ
อย่าลืมกดติดตาม กดถูกใจ และแบ่งปัน...
เพื่อให้เรื่องราวแห่งศรัทธา คงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน 🙏
#ตำนานพระเกจิไทย #หลวงพ่อสุดวัดกาหลง #หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี #สายพระต้องดู #เรื่องเล่าขลัง
1 week ago (edited) | [YT] | 635
View 14 replies
Ajahn's Blessings
ตอนที่ 2 “พระแท้... ไม่ใช่ผู้ห่มผ้าเหลือง
แต่คือผู้ละโลกธรรมทั้งปวง”
สวัสดีครับ…
วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนกลับไปในบรรยากาศอันเข้มขลังของพระเกจิผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือ เมื่อครั้งที่พระเกจิชั้นครูทั้งหลายยังคงเป็นเสาหลักแห่งพระพุทธศาสนา และเป็นที่เคารพศรัทธาของมหาชนทั่วทุกสารทิศ...
ในสมัยนั้น หากเอ่ยนามพระเกจิผู้ยิ่งใหญ่ ก็คงไม่พ้น หลวงพ่อปั้น วัดพิกุล, หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ, หลวงพ่อเนียม วัดน้อย, หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน และหลวงพ่อแสง วัดพะเนียงแตก จังหวัดนครปฐม
ท่านเหล่านี้ล้วนเป็นพระเกจิที่ชื่อก้องเมือง ผู้คนเลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก
และแล้ว...ฟ้าก็เหมือนกำหนดเส้นทาง เมื่อ หลวงพ่อปาน ได้มีวาสนาไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ
สิ่งที่ท่านได้รับ…หาใช่เพียงความเมตตา แต่คือการยอมรับอย่างเป็นทางการ ว่าเป็น “ลูกในธรรม” ของหลวงพ่อสุ่น เพียงได้ยินเท่านี้ หลวงพ่อปานก็ปลื้มปิติ จนน้ำตาแทบริน…คิดไม่ถึงว่าตนเองจะเป็นบุคคลที่พระอริยเจ้าผู้เลื่องชื่ออย่างหลวงพ่อสุ่นต้องการตัว
🔔 คำสอนแรกจากหลวงพ่อสุ่น
หลวงพ่อสุ่นเมตตากล่าวกับท่านว่า...
“ปานเอ๋ย... การบวชนั้นเป็นของยากนะลูก แต่ไม่ยากเกินใจจะทำได้
เจ้าจงจำไว้เสมอ... อย่าบวชเป็นทาสของกิเลสตัณหา แต่จงบวชเพื่อพระนิพพาน...”
แล้วท่านก็เปิด “หนังสือเจ็ดตำนาน” ให้ดู พร้อมชี้ไปที่คำขานนาค
“นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ เอตัง กาสาวัง คะเหตวา”— แปลว่า “เราขอรับผ้ากาสาวพัสตร์ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน”
เสียงของหลวงพ่อสุ่นหนักแน่น ราวกับแผ่นฟ้าที่สั่งสอนมนุษย์ให้รู้แจ้งว่า...
พระแท้ คือผู้ละทิ้งโลกธรรม ไม่เกาะเกี่ยว ไม่หวั่นไหว
🌏 โลกธรรม ๘ ที่พระแท้ต้องละ
หลวงพ่อสุ่นได้เตือนศิษย์รักว่า…
อยากรวย ดีใจเมื่อได้ทรัพย์
เสียใจเมื่อทรัพย์หมด
อยากมียศ มีตำแหน่งสูง
ทุกข์ใจเมื่อยศสลาย
เดือดร้อนเมื่อถูกนินทา
ปลื้มใจเมื่อได้คำสรรเสริญ
เพลิดเพลินในกามสุข
หวั่นไหวเมื่อพบความทุกข์
สิ่งเหล่านี้...คือเครื่องผูกมัด คือโซ่ตรวนแห่งวัฏสงสาร
หากพระรูปใดยังยึดติด พระรูปนั้น...ย่อมไม่อาจก้าวสู่พระนิพพานได้
คำเตือนอันขลัง
“ปานเอ๋ย... พระแท้ อย่ารวย อย่าสะสมเงินทอง เงินได้มาควรใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์
พระแท้ อย่าเมายศ ยศถาบรรดาศักดิ์ เป็นเพียงเครื่องผูกพัน เป็นกิเลส เป็นตัวถ่วง...
จงบวชเพื่อพระนิพพานเท่านั้น”
เสียงคำสอนสะท้อนก้องในหัวใจหลวงพ่อปาน…นี่คือเส้นทางของผู้สละแล้วซึ่งโลกทั้งปวง
🔑 บททดสอบศิษย์เอก
ก่อนจะมอบวิชาอันล้ำค่า หลวงพ่อสุ่นมอบบททดสอบเล็ก ๆ ให้ศิษย์รัก
“เอาคาถานี้ไป — นะ มะ พะ ธะ
ให้ท่องถอยหลัง แล้วเอาไปเป่ากุญแจ…
ถ้าวันใดเจ้าสามารถเป่าจนกุญแจหลุด… จงกลับมาหาพ่อ พ่อจะถ่ายทอดของดีทั้งหมดที่มี ไม่เหลือไว้เลย…”
คำกล่าวนั้นไม่เพียงเป็นบททดสอบ หากยังเป็นประตูสู่ขุมทรัพย์ทางธรรมและเวทมนตร์อันศักดิ์สิทธิ์
เรื่องราวนี้มิใช่เพียงตำนาน แต่คือคำสอนอันเป็นอมตะจากพระเกจิผู้ยิ่งใหญ่
เป็นคำเตือนใจว่า… พระแท้ไม่ใช่เพียงผู้ห่มผ้าเหลือง แต่คือผู้ละโลกธรรมทั้งปวง
สหายผู้ฟังทุกท่านครับ… หากท่านศรัทธาในเรื่องราวตำนานพระเกจิอันขลังนี้
ขอฝากกดติดตาม กดไลก์ และกดกระดิ่งเอาไว้ เพื่อรับฟังตำนานขลังที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีก
ขอบคุณที่อยู่ร่วมกันจนจบ…
ขอให้ข้อคิดนี้เป็นแสงนำทางให้ทุกท่านก้าวไปอย่างมั่นคงในชีวิตครับ 🙏
#หลวงพ่อสุ่น #หลวงพ่อปาน #ตำนานพระเกจิ #โลกธรรม8 #ธรรมะขลัง #คาถานะมะพะธะ #ตำนานพระเกจิอาจารย์
1 week ago | [YT] | 301
View 3 replies
Ajahn's Blessings
ตอนที่ 1 “หลวงปู่สุ่น วัดบางปลาหมอ
ครูใหญ่ศรัทธาแห่งอยุธยา”
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน…
วันนี้ผมจะพาทุกท่านย้อนรอยกลับไปยังแผ่นดินเก่าแก่ พระนครศรีอยุธยา…
ดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยตำนาน ศรัทธา และร่องรอยแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อฟังเรื่องราวของ “พระอาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวัดบางปลาหมอ” …
หลวงปู่สุ่น สุนทโร ผู้เป็นครูบาอาจารย์ของพระเกจิชื่อก้องฟ้าเมืองไทย อย่างหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก แม้ชื่อเสียงของหลวงปู่สุ่น อาจจะไม่โด่งดังเท่าศิษย์เอกทั้งสอง แต่หากย้อนมองในยุคสมัยนั้น …
ท่านคือเสาหลักแห่งศรัทธา เป็นหมอยาที่ชาวบ้านเคารพรัก เป็นพระผู้แตกฉานในกรรมฐาน และเก่งกล้าในวิชาอาคม
ชาวอำเภอเสนา บางบาล บางไทร และหมู่บ้านใกล้เคียง ต่างหลั่งไหลมากราบขอพึ่งบารมีของท่าน เล่าขานถึงความเมตตา ความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นครูแท้
เรื่องราวชีวิตของหลวงปู่สุ่น
น่าเสียดายที่หลักฐานทางประวัติไม่ชัดเจน
สิ่งที่เรารู้ส่วนใหญ่ ล้วนเล่าสืบต่อกันมา
แต่จากรูปถ่ายและหลักฐานทางราชสำนัก ทำให้คาดว่า ท่านเกิดราวปี พ.ศ. ๒๓๕๘ ในรัชกาลที่ ๓ หรืออาจจะเป็นช่วง พ.ศ. ๒๓๖๙–๒๓๗๓
อายุใกล้เคียงกับหลวงพ่อเนียม วัดน้อย และหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล มีหลักฐานสำคัญคือ ภาพถ่ายหลวงพ่อสุ่นคู่กับพัดรอง
ที่จารึกว่าเป็นงานพระเมรุพระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์
ในปี พ.ศ. ๒๔๒๙ …
นั่นพิสูจน์ได้ว่าท่านได้รับนิมนต์ในงานพระราชพิธีสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น พระราชนิพนธ์ “ประพาสต้น” ของรัชกาลที่ ๕ ปี พ.ศ. ๒๔๔๙
ได้กล่าวถึงเจ้าอธิการวัดบางปลาหมอ “พระอาจารย์หมอ” ผู้รักษาคนบ้า ซึ่งนั่นก็คือ “หลวงพ่อสุ่น” นั่นเอง
หลักฐานนี้บ่งชี้ว่าท่านสิ้นชีพิตักษัยราวปี พ.ศ. ๒๔๔๗ สิริอายุประมาณ ๘๙–๙๐ ปี และยังมีการเล่าว่าท่านอาจเกี่ยวดองกับสมเด็จกรมพระยาปวเรศวิริยาลงกรณ์
ทำให้บารมีของท่าน ยิ่งเป็นที่เคารพยำเกรง
เรื่องเล่าเกจิสหธรรมิก
หนึ่งในเรื่องราวที่ยังคงเล่าสืบต่อกันมา
คือความสัมพันธ์อันสนิทกับ “หลวงพ่อปั้น วัดพิกุลโสคัณธ์” มีเหตุการณ์เล่าว่า วันหนึ่งหลวงพ่อปั้นแจวเรือผ่านวัดบางปลาหมอ
หลวงพ่อสุ่นเอ่ยทักขึ้น…
“เอ้า…ท่านจะไปไหนล่ะ?”
หลวงพ่อปั้นตอบว่า “จะเข้าเมือง”
หลวงพ่อสุ่นพูดต่อ… “แล้วทำไมไม่ไปเสียที รออะไรอยู่?”
หลวงพ่อปั้นหัวเราะ… “ก็ท่านมาขวางไว้นี่ จะไปได้อย่างไรเล่า” หลวงพ่อปั้นย้อนถามว่า “แล้วท่านทำอะไรอยู่ล่ะ”
หลวงพ่อสุ่นตอบเสียงเรียบ… “ก็กำลังจะกินหมากน่ะสิ”
หลวงพ่อปั้นก็แกล้งต่อ… “แล้วทำไมไม่ตำหมากเสียทีล่ะ”
หลวงพ่อสุ่นตอบว่า “ก็ท่านสิ ขัดไว้เหมือนกันนี่”
บทสนทนาง่าย ๆ แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งเมตตาและปริศนาธรรม สะท้อนถึงความสนิทสนม และภูมิปัญญาเชิงธรรมของพระอริยสงฆ์ในยุคนั้น
แม้เรื่องราวของหลวงปู่สุ่นจะไม่สมบูรณ์ในประวัติศาสตร์ แต่ร่องรอยแห่งศรัทธาที่ท่านฝากไว้กับลูกศิษย์ กับชาวบ้าน และกับบ้านเมือง…ยังคงงดงามและยิ่งใหญ่
จากครูสู่ศิษย์ จากศรัทธาสู่ตำนาน
หลวงปู่สุ่น วัดบางปลาหมอ คือพระเถระผู้เป็น “รากฐานแห่งศรัทธา” ของอยุธยาอย่างแท้จริง
บางครั้งความยิ่งใหญ่ อาจไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียง
แต่อยู่ที่การเป็น “ครูผู้จุดแสงไฟ”
ให้ศิษย์ก้าวสู่ความสำเร็จ และสืบทอดบารมีต่อไป
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามครับ
หากท่านศรัทธาในเรื่องราวตำนานพระเกจิ
อย่าลืมกดติดตาม กดถูกใจ และแบ่งปันคลิปนี้
เพื่อให้เรื่องราวแห่งศรัทธา คงอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน 🙏
#ตำนานพระเกจิไทย #หลวงพ่อปานวัดบางนมโค #หลวงพ่อสุ่นวัดบางปลาหมอ #สายพระต้องดู #Shortsไวรัล #เรื่องเล่าขลัง
1 week ago (edited) | [YT] | 390
View 7 replies
Load more