โครงการเรือนจำสุขภาวะ Healthy Prison

โครงการเรือนจำสุขภาวะ มีเป้าหมายเพื่อพัฒนานวัตกรรมและความรู้ที่ช่วยให้ผู้ต้องขังมีประสบการณ์ที่ดีในเรือนจำและมีความพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตภายนอก โดยนำเสนอแนวคิดและแนวทางปฏิบัติเพื่อสร้างความเป็นปกติ (normalization) ให้กับชีวิตในเรือนจำ แทนการทำให้สังคมเรือนจำแตกต่างจากสังคมภายนอกมากเกินไป รวมทั้งการขับเคลื่อนให้สาธารณชนไม่มองเรือนจำและผู้ต้องขังอย่างแปลกแยก ไม่ยอมรับ และกีดกัน ผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ออกไปจากประชาชนทั่วไป
-
เรือนจำสุขภาวะมีองค์ประกอบอย่างน้อย 7 ด้าน ได้แก่
(1) ความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ต้องขัง
(2) ลดความเสี่ยงของโรคที่มักมีในเรือนจำ
(3) ผู้ต้องขังเข้าถึงการบริการสุขภาพ
(4) ผู้ต้องขังมีพลังชีวิต คิดบวก และมีกำลังใจ
(5) พัฒนาระบบความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและเอื้ออาทรในเรือนจำ
(6) ผู้ต้องขังสามารถธำรงบทบาทของการเป็นแม่/พ่อ/ลูก/และสมาชิกของครอบครัว
(7) ผู้ต้องขังมีโอกาสสร้างที่ยืนในสังคม
-
หน่วยงานสนับสนุน: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ผู้รับผิดชอบโครงการ: รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์/ผศ. ธีรวัลย์ วรรธโนทัย




โครงการเรือนจำสุขภาวะ Healthy Prison

มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานที่เต็มไปด้วยพลังบวกในวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ณ อาคารอิมแพ็คฟอร์รั่ม เมืองทองธานี ห้องแซฟไฟร์ 206 (ชั้นสอง) เวลา 9:00-12:00 น. #เรือนจำสุขภาวะ #โยคะในเรือนจำ #HealthyPrison #กรมราชทัณฑ์

7 months ago (edited) | [YT] | 6

โครงการเรือนจำสุขภาวะ Healthy Prison

รู้จักโยคะในวันที่สิ้นหวัง

เราคือผู้เคยก้าวพลาด และได้รับผลแห่งการกระทำที่รุนแรงที่สุดในชีวิต พวกเรารู้จักกันในฐานะ “ผู้ต้องขัง” หรือคนจำนวนมากเรียกเราว่า “นักโทษ”
.
ชีวิตอาณาเขตที่เรียกว่า “แดนหญิง” ปิดล้อมด้วยกำแพง รั้วลวดหนาม ประตูถูกล็อกด้วยกุญแจตลอดเวลา เหมือนเราติดอยู่ในกล่องสี่เหลี่ยม ที่ไม่มีทางออก ที่มาของเราต่างกัน แต่ตกอยู่ในสภาพเดียวกันคือ บอบช้ำ สิ้นหวัง สูญเสียทุกอย่าง อับอาย ไร้ค่า คิดถึงชีวิตอิสระที่อยู่นอกกำแพงสูง ไม่รู้อีกกี่เดือน กี่ปีจะได้กลับออกไป
.
รอบๆ ตัวเรา มีคนมากมาย ล้วนเป็นผู้ต้องขัง ต่างคนต่างมาจากที่ต่างๆกัน แต่ที่เหมือนกันคือ เราต่างผ่านวันคืนอันเลวร้าย มาคล้ายๆ กัน วันที่เราถูกจับ อยู่โรงพัก ถูกขังอยู่ในห้องเล็กๆ ที่มีลูกกรง ถูกนำตัวไปศาล ถูกนำตัวมาเรือนจำ และเราก็ถูกเรียก ผู้ต้องขังบ้าง นักโทษบ้าง
.
ทุกวัน เราถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาพร้อมๆกัน มีเจ้าหน้าที่มาไขกุญแจให้เราออกไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดที่ใส่นอนเป็นผ้าถุง และเสื้อสีฟ้าซึ่งเป็นสีเสื้อผ้าของนักโทษเด็ดขาด และสีน้ำตาลสำหรับผู้ที่ยังไม่ใช่นักโทษเด็ดขาด อาบน้ำเสร็จก็กินข้าวเช้า แต่ละคนแยกย้ายไปเข้ากองงาน เช่น กองงานเสียบก้านดอกไม้หรือติดกลีบดอกไม้เล็กๆ กองงานพับถุง กองงานปักเครื่องหมายชุดข้าราชการ ส่วนใหญ่เป็นงานที่ไม่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน พอเริ่มทำตามคนอื่นๆก็ทำเป็นโดยไม่ยาก พวกเราจะนั่งทำงานของตัวเองอยู่กับที่จนได้เวลาอาหารกลางวัน จากนั้นก็กลับมานั่งที่เดิมทำงานต่อ ประมาณบ่ายสองโมง มีเสียงกริ่งให้เราเตรียมตัวไปอาบน้ำ กินอาหารเย็น อาบน้ำอย่างรวดเร็ว และกลับขึ้นห้องนอนหรือเรียกกันว่า เรือนนอน ตั้งแต่บ่ายสามโมง เราใช้เวลาอยู่ในเรือนนอนที่แออัดนานถึง 14 ชั่วโมง ก่อนถึงเวลาประมาณสามทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนต้องนอน เราจะอาจคุยกันได้เบาๆ หรือดูทีวีซึ่งเจ้าหน้าที่เป็นคนเลือกเปิดให้เราดูจากที่ได้อัดเทปไว้ เราไม่เคยได้ดูรายการสดที่ปรากฏในทีวีเลย
.
แล้ววันหนึ่งเราก็ได้รู้จัก “โยคะ” เป็นครั้งแรก พวกเราถูกเรียกไปรวมกัน และเจ้าหน้าที่บอกพวกเราว่ามีวิทยากร จะมาสอนโยคะให้ผู้ที่สนใจ วิทยากร สามคน ซึ่งยืนอยู่ข้างเจ้าหน้าที่ถามว่า “มีใครเคยรู้จัก “โยคะ” มาก่อนบ้าง?” พวกเราพากันส่ายหน้า และวิทยากรซึ่งต่อมาเราเรียกว่า “อาจารย์” ก็พูดถึงการฝึกโยคะ และแสดงโยคะท่าต่างๆ ให้ดู และบอกว่า ถ้าใครสนใจก็สมัครเรียนได้
(ตอนนั้นเรานึกว่า ดูๆ ก็ไม่ยาก)
.
จากนั้นเราก็เริ่มฝึกโยคะ นอกจากอาจารย์ธีรวัลย์แล้ว ยังมีมาสเตอร์ชาวอินเดียมาสอนด้วย เราฝึกหายใจ ฝึกการควบคุมตัวเองให้มีสมาธิขณะเล่น ถ้าเราควบคุมลมหายใจไม่ได้ เราจะล้มลง เราจึงต้องควบคุมลมหายใจ ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย ให้เป็นหนึ่งเดียว กว่าเราจะทำได้ เราก็พากันล้มแล้ว ล้มอีก แต่ไม่มีใครยอมแพ้ เรารู้สึกว่าเรากำลังเอาชนะตัวเราเอง ควบคุมตัวเอง บนเสื่อโยคะ เรารู้สึกว่าเรามีอำนาจอิสระในตัวเอง (และเราได้รู้ว่า โยคะยากกว่าที่เราคิดมาก)
.
อาจารย์ธีรวัลย์ทุ่มเทกับการอธิบาย ดูแล ไม่เบื่อที่จะคอยให้กำลังใจ จากคนที่สมัครเรียนกันร่วมสองร้อยคน ซึ่งต้องแบ่งกลุ่มกันเรียน ตอนเช้า 3 กลุ่ม ตอนบ่าย 2 กลุ่ม พวกเรา 25 คนได้รับการคัดเลือกให้ฝึกเป็นครูโยคะ เพื่อสอนเพื่อนๆ ผู้ต้องขังด้วยกันเอง
.
แรกๆ ของการฝึกเราต่างปวดตามตัวอย่างมาก จนบางคนท้อ อาจารย์ธีรวัลย์บอกเราว่า เพราะเราไม่ชินกับการออกกำลังกล้ามเนื้อ ถ้าอดทนและฝึกไปเรื่อย ๆ จะหายเอง
.
จากวันเป็นเดือน และจากเดือนเป็นปี โยคะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในเรือนจำ เราได้ฝึกโยคะทุกวัน ท่าโยคะที่เราเคยคิดว่า ยากมากกก ไม่มีทางที่เราจะทำได้ แต่เมื่อฝึกไปกล้ามเนื้อยืดหยุ่น เรารู้จักการหายใจที่ช่วยให้เราขึ้นท่าโยคะที่แสนยากได้โดย ง่าย ทุกครั้งที่เราทำได้อย่างที่ต้องการ เรารู้สึกภาคภูมิใจ คำชมของอาจารย์กับเพื่อนๆ ทำให้เรารู้จัดคำว่า “ถ้าพยายาม เราจะทำได้” ในระหว่างฝึก บางครั้งเราพยายามขึ้นท่า แต่กลับล้มลงมา เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ และตัวเราเอง ทำให้เรารู้สึกถึงความ สุข สดชื่น จากที่พวกเราแทบไม่เคยหัวเราะหรือแม้แต่ยิ้ม เราสามารถหัวเราะได้เต็มที่ ชีวิตกลับมาเป็นของเราอีกครั้ง
.
แล้ววันที่เราตื่นเต้นก็มาถึง อาจารย์ธีรวัลย์บอกว่า เรือนจำจะให้เราแสดงโยคะโชว์แขกที่มาเยี่ยมชมเรือนจำ อาจารย์ช่วยเรา จัดท่าให้สวยงาม มีทั้งท่าเดี่ยว ท่าคู่และท่ากลุ่ม มีดนตรีมาประกอบการเล่นของเรา ในวันที่เราได้แสดงให้ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมได้ ชมการแสดงของเรา เสียงปรบมือและเสียงชมเชย ทำให้ความรู้สึก ที่เราคิดว่าเราต่ำต้อย ไม่มีค่า เป็นคนที่คนอื่นๆ รังเกียจ กลายเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจ คำชมที่เราได้รับ มีค่ามากกว่าที่คนที่มาดูพวกเราแสดงจะนึกถึง เราค่อยๆรู้สึกว่า เรามีคุณค่า มีความสามารถ และเป็นความสามารถที่เราฝึกและสร้างขึ้นมาด้วยตัวเราเอง คำชมเชยและรอยยิ้มจากอาจารย์ มีความหมายกับพวกเรายิ่งกว่าสิ่งใด
.
ติดตามชีวิตพวกเรากับความสำเร็จของโยคะหลังกำแพงเรือนจำในตอนต่อไป พบกับการแสดงโยคะของอดีตผู้ต้องขังและผู้ต้องขัง ในงาน “จากคนล้นคุก สู่คุกสร้างคน” ในวันที่ 19 มิถุนายน 2568 ณ อาคารอิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี ห้องแซฟไฟร์ 206 (ชั้นสอง) เวลา 9:00-12:00 น. เรามีนิทรรศการการนำศิลปะมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ พบกับแพท พาวเวอร์แพท นักร้องขวัญใจประชาชน ที่จะมาพูดถึงชีวิตกว่า 16 ปีในเรือนจำ (ไม่มีค่าลงทะเบียน แค่เดินเข้ามาและรู้จักพวกเรา ตัวจริง เสียงจริง)
.
Youtube Shorth youtube.com/shorts/oT7QTvFV6L...
.
#เรือนจำสุขภาวะ #โยคะในเรือนจำ #healthyPrison #กรมราชทัณฑ์

7 months ago (edited) | [YT] | 1