สรุปเรื่องเงินให้สนุก ง่าย ได้ประโยชน์

📍 พูดคุย สอบถามความรู้ แชร์ประสบการณ์
👉 ทัก Inbox ได้เลย

📍 ติดต่องาน
Email:
💻 yosathon.t@gmail.com (มิว)
Mobile:
📱08-6995-6220 (มิว)
📱08-9456-5465 (หากไม่สามารถติดต่อเบอร์แรกได้)


Money Buffalo

ทำไมอาเซียนมีแค่ 2 ประเทศที่เป็น "ประเทศรายได้สูง"? | Money Buffalo

หลายคนอาจเพิ่งเห็นข่าวว่า World Bank ยกระดับ เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ ขึ้นเป็น ประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (Upper-middle income)

แต่รู้ไหมครับว่า...แม้อาเซียนจะมี 10 ประเทศ ปัจจุบันกลับมีเพียง 2 ประเทศ เท่านั้น ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ประเทศรายได้สูง (High-income) ได้แก่ สิงคโปร์ และ บรูไน

แล้วทำไมถึงเป็นสองประเทศนี้? ทำไมไทย มาเลเซีย หรือแม้แต่เวียดนามที่เศรษฐกิจเติบโตเร็ว ยังไปไม่ถึงจุดนั้น ? ในมุมพี่ทุย เรื่องนี้มีคำตอบที่น่าสนใจครับ

📌 ประเทศรายได้สูง ไม่ได้แปลว่ามีทรัพยากรเยอะเสมอไป

หลายคนอาจคิดว่าประเทศจะรวยได้ ต้องมีน้ำมันหรือทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก แต่ความจริงไม่ใช่เสมอไปครับ

ดูอย่าง สิงคโปร์ แทบไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่กลับเป็นประเทศรายได้สูง เพราะสร้างมูลค่าจากการเป็นศูนย์กลางการเงิน การค้า โลจิสติกส์ และเทคโนโลยีของโลก

ส่วน บรูไน แม้จะเดินคนละเส้นทาง แต่ก็เป็นประเทศรายได้สูงเช่นกัน เพราะมีรายได้มหาศาลจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

จะเห็นว่า แม้ที่มาของรายได้ต่างกัน แต่ทั้งสองประเทศต่างมี "เครื่องยนต์เศรษฐกิจ" ที่สร้างรายได้ต่อคนในระดับสูง

📌 ประเทศรายได้ปานกลาง คือเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต

ประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงเวียดนามและฟิลิปปินส์ ต่างมีภาคอุตสาหกรรมและการส่งออกที่แข็งแรง เศรษฐกิจเติบโตต่อเนื่อง และเริ่มมีธุรกิจเทคโนโลยีหรือบริการสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

แต่หลายประเทศยังแข่งขันด้วยการผลิตและการส่งออกเป็นหลัก รายได้ที่สร้างได้เมื่อเฉลี่ยกับจำนวนประชากรแล้ว จึงยังไม่สูงพอที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศรายได้สูง การเลื่อนชั้นของเวียดนามและฟิลิปปินส์ จึงสะท้อนว่าทั้งสองประเทศกำลังพัฒนาเศรษฐกิจไปอีกขั้น แต่ก็ยังมีระยะทางอีกพอสมควรกว่าจะไปถึงกลุ่มประเทศรายได้สูง

📌 ประเทศที่ยังรั้งท้าย มักมีโจทย์คล้ายกัน

สำหรับ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ยังอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง จุดร่วมสำคัญคือเศรษฐกิจยังพึ่งพาเกษตรกรรม โรงงานค่าแรงต่ำ หรือการส่งออกสินค้ามูลค่าเพิ่มไม่สูง
ขณะเดียวกัน โครงสร้างพื้นฐาน การดึงดูดการลงทุน และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ยังเป็นโจทย์สำคัญที่ต้องเร่งพัฒนา ซึ่งล้วนส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ประชาชาติต่อหัว

📌 รายได้ต่อหัว คือสิ่งที่ World Bank ใช้แบ่งกลุ่มประเทศ

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมบางประเทศมี GDP ใหญ่ แต่ยังไม่ใช่ประเทศรายได้สูง
เหตุผลคือ World Bank ใช้ รายได้ประชาชาติต่อหัว (GNI per capita) เป็นเกณฑ์หลัก ไม่ใช่ขนาดเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว

ดังนั้น ประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่มีประชากรจำนวนมาก ก็อาจยังมีรายได้เฉลี่ยต่อคนไม่ถึงเกณฑ์ของประเทศรายได้สูงได้

สุดท้าย การเลื่อนชั้นของเวียดนามและฟิลิปปินส์ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจอาเซียนกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่การก้าวจาก ประเทศรายได้ปานกลาง ไปสู่ ประเทศรายได้สูง ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะต้องอาศัยทั้งการเพิ่มผลิตภาพ การสร้างนวัตกรรม และการยกระดับเศรษฐกิจให้สร้างมูลค่าได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ GDP เติบโตเท่านั้นครับ

#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #เศรษฐกิจ #ASEAN #WorldBank #เวียดนาม #ฟิลิปปินส์ #ไทย #ประเทศรายได้สูง

12 hours ago | [YT] | 193

Money Buffalo

15 สินค้าตัวท็อปเอเชีย ซุ่มรวยระดับโลก | Money Buffalo

ถ้าพี่ทุยถามว่า..."สินค้าที่ทำเงินให้เกาหลีใต้มากที่สุดคืออะไร ?" หลายคนคงตอบ Samsung ใช่ไหมฮะ

แต่ถ้าถามต่อว่า...อินโดนีเซียรวยจากอะไร ? เวียดนามล่ะ ? หรือแม้แต่ไทยเอง สินค้าอะไรที่ทำเงินระดับโลก ? หลายคนอาจตอบไม่ถูกเหมือนกัน

พี่ทุยเลยรวบรวม "สินค้าตัวท็อป" ของแต่ละประเทศในเอเชียมาให้ดูกันฮะ

- เกาหลีใต้ รวยจาก "สมาร์ตโฟน"
- ญี่ปุ่น รวยจาก "เครื่องเล่นเกม"
- จีน รวยจาก "โดรน"
- อินโดนีเซีย รวยจาก "บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป"
- อินเดีย รวยจาก "ข้าวบาสมาติ"

ส่วนประเทศไทยของเรา...พระเอกก็คือ "เครื่องดื่มชูกำลัง" อย่าง กระทิงแดง (Red Bull) ที่สร้างรายได้ระดับ 435,630 ล้านบาท และทำให้ตระกูล "อยู่วิทยา" กลายเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดของไทย

จะเห็นเลยฮะว่า แต่ละประเทศไม่ได้รวยจากของเหมือนกันเลย บางประเทศเก่งเทคโนโลยี บางประเทศเก่งอาหาร บางประเทศเก่งสินค้าเกษตร แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ เขาสามารถทำ "สินค้าอย่างเดียว" ให้คนทั้งโลกยอมจ่ายเงินซื้อได้ครับ


#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #ธุรกิจ #เศรษฐกิจ #RedBull #กระทิงแดง #Samsung #PlayStation #DJI #แบรนด์ระดับโลก #MadeInAsia

2 days ago | [YT] | 246

Money Buffalo

3 สลากออมทรัพย์ ใช้เงินน้อย ลุ้นเงินล้านทุกเดือน! | Money Buffalo

ถ้าพูดถึงการลุ้นโชค หลายคนคงนึกถึงการซื้อหวยใช่ไหมฮะ แต่ปัญหาคือ...ถ้าไม่ถูก เงินก็หายไปเลย แต่ถ้าเป็น "สลากออมทรัพย์" ถึงจะไม่ถูกรางวัล เงินต้นก็ยังอยู่ แถมยังได้ดอกเบี้ย และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลหลักล้านทุกเดือนอีกด้วย

พี่ทุยเลยรวบรวม 3 สลากออมทรัพย์ยอดฮิต มาเปรียบเทียบให้ดูกัน ว่าแต่ละเจ้ามีจุดเด่นต่างกันยังไง

1. สลากออมสินพิเศษดิจิทัล 1 ปี (ธนาคารออมสิน)

ใครเป็นสายลุ้นรางวัลใหญ่ ตัวนี้น่าสนใจฮะ เพราะรางวัลสูงสุดถึง 10 ล้านบาท เริ่มต้นซื้อเพียง 1,000 บาท ผ่านแอป MyMo

ที่น่าสนใจคือ ถ้าซื้อครบ 100,000 บาท ยังการันตีถูกรางวัลเลขท้ายขั้นต่ำประมาณ 40 บาทต่อเดือน และถ้าซื้อถึง 1 ล้านบาท ก็มีโอกาสได้รับขั้นต่ำประมาณ 550 บาทต่อเดือน

2. สลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดทองกวาวมั่งมี 2

จุดเด่นของตัวนี้คือ ดอกเบี้ยสูงที่สุดในกลุ่ม เมื่อถือจนครบกำหนด อยู่ที่ 0.30% ต่อปี รางวัลสูงสุดอยู่ที่ 3 ล้านบาท ซื้อผ่านแอป GHB ALL GEN หรือที่สาขาได้เลย และถ้าซื้อครบ 100,000 บาท ก็การันตีขั้นต่ำประมาณ 50 บาทต่อเดือน

3. สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดกระพ้อมเงิน

เหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มออม เพราะใช้เงินเริ่มต้นเพียง 100 บาท เท่านั้น แม้อายุสลากจะยาว 2 ปี แต่ก็ได้ลุ้นรางวัลถึง 24 งวด รางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท และถ้าซื้อครบ 1 ล้านบาท การันตีขั้นต่ำประมาณ 850 บาทต่อเดือน เลยฮะ

สรุปง่าย ๆ

- อยากลุ้นรางวัลใหญ่ 10 ล้านบาท และฝากระยะสั้น → ออมสิน
- เน้นดอกเบี้ยคุ้ม ๆ → ธอส.
- งบน้อย อยากเริ่มออม หรืออยากลุ้นยาว ๆ → ธ.ก.ส.

สุดท้ายนี้ พี่ทุยอยากบอกว่า สลากออมทรัพย์ไม่ใช่เครื่องมือที่จะทำให้รวยเร็ว แต่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยาก ออมเงินไปพร้อมกับได้ลุ้นรางวัล เพราะถึงจะไม่ถูกรางวัลใหญ่ เงินต้นก็ยังอยู่ ต่างจากการซื้อหวยที่ถ้าไม่ถูก เงินก็หายไปเลย

แล้วทุกคนล่ะฮะ ถ้ามีเงินก้อนหนึ่ง จะเลือกซื้อสลากออมทรัพย์ของเจ้าไหนกันครับ ?

#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #สลากออมทรัพย์ #ออมเงิน #ออมสิน #ธอส #ธกส #วางแผนการเงิน #การเงินส่วนบุคคล

3 days ago | [YT] | 203

Money Buffalo

ฝันร้ายคนเกาหลี ! จากเศรษฐีหน้าใหม่ สู่ 'คนสิ้นเนื้อประดาตัว' ภายใน 5 เดือน | Money Buffalo

ถ้าเราพูดถึงตลาดหุ้นเกาหลีใต้เมื่อไม่กี่เดือนก่อน บรรยากาศคงมีแต่คำว่า "รวยไม่ไหว" เพราะ ดัชนี KOSPI พุ่งไม่หยุด หุ้น AI วิ่งแรงแทบทุกวัน จนหลายคนในประเทศเริ่มรู้สึกว่า "ถ้าไม่เล่นหุ้น คือพลาดโอกาสครั้งใหญ่ของชีวิต"

จากคนที่ไม่เคยลงทุน ก็เริ่มเปิดพอร์ต จากคนที่ลงทุนอยู่แล้ว ก็ใส่เงินเพิ่ม บางคนถึงขั้นขายทรัพย์สิน ถอนเงินเกษียณ หรือกู้เงินมาไล่ซื้อหุ้น เพราะเชื่อว่ารอบนี้ "ต่างจากทุกครั้ง" เหมือนคนทั้งประเทศกำลังเชื่อว่า ตลาดหุ้นคือทางลัดสู่ความร่ำรวย

แต่สุดท้าย... ความฝันนั้นกลับกลายเป็นฝันร้าย เพราะตลาดหุ้นเกาหลีที่ดูแข็งแกร่ง กลับถูกสร้างอยู่บนฐานที่เปราะบางกว่าที่หลายคนคิด แล้วเรื่องทั้งหมด เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร ?

📌 1-จุดเริ่มต้นของฟองสบู่ AI เกาหลี

ก่อนอื่น พี่ทุยต้องบอกก่อนว่า AI ไม่ใช่เรื่องหลอกฮะ Samsung และ SK Hynix ได้ประโยชน์จาก AI จริง ๆ โดยเฉพาะ SK Hynix ที่กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ HBM รายใหญ่ของโลก ขณะที่ Samsung ก็เป็นผู้เล่นสำคัญในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

กำไรของทั้งสองบริษัทเติบโตแรง ทำให้เงินลงทุนจากทั่วโลกไหลเข้ามา รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ประกาศแผนลงทุนมหาศาล เพื่อผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์กลาง AI ทุกอย่างดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบ

แต่ ๆๆๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "AI" ปัญหาอยู่ที่คนในตลาดเริ่มเชื่อว่า AI จะโตแบบนี้ไปตลอด ราคาหุ้นจึงไม่ได้สะท้อนแค่กำไรในวันนี้ แต่สะท้อนกำไรอีกหลายปีข้างหน้าไปเรียบร้อยแล้ว

และเมื่อความหวังทั้งหมดของตลาดไปกระจุกอยู่กับหุ้นไม่กี่ตัว โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix ที่มีน้ำหนักสำคัญในตลาด หุ้นเพียงไม่กี่บริษัท จึงกลายเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งประเทศเลยครับ

📌 2-เชื้อเพลิงที่ชื่อว่า Leverage
พี่ทุยบอกเลยฮะ... อะไรที่มีคำว่า Leverage เข้ามาเกี่ยวข้อง มันแทบไม่เคยจบสวย
เมื่อหุ้นขึ้นต่อเนื่อง นักลงทุนก็เริ่มมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนไม่ได้ใช้แค่เงินออม แต่เริ่มกู้เงินมาเล่นหุ้น หรือใช้บัญชี Margin เพื่อเพิ่มกำลังซื้อ หวังสร้างผลตอบแทนให้เร็วขึ้น จนยอดเงินกู้เพื่อซื้อหุ้นของนักลงทุนเกาหลีใต้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แต่เชื้อเพลิงที่เข้ามาเร่งตลาดอีกอย่าง คือการเปิดกองทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าการเคลื่อนไหวปกติของหุ้น เช่น ถ้าหุ้นขึ้น 1% กองทุนอาจให้ผลตอบแทนประมาณ 2-3% ทำให้นักลงทุนจำนวนมากแห่เข้ามาซื้อ เพราะรู้สึกว่าเป็นทางลัดในการสร้างผลตอบแทน
แต่เบื้องหลังคือ...เมื่อมีคนเอาเงินเข้ากองทุนมากขึ้น กองทุนก็ต้องนำเงินเหล่านั้นไปซื้อหุ้นจริง อย่าง Samsung หรือ SK Hynix เพื่อให้ผลตอบแทนของกองทุนเคลื่อนไหวตามราคาหุ้นเหล่านั้น
ยิ่งคนซื้อกองทุนมาก → กองทุนยิ่งต้องซื้อหุ้นเพิ่ม → ราคาหุ้นยิ่งขึ้น → คนยิ่งอยากเข้ามาลงทุน
กลายเป็นวงจรที่ผลักดันราคาหุ้นให้ขึ้นเร็วกว่าเดิม ตลาดจึงไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย "เงินกู้" และ "แรงซื้อจากระบบ"

📌 3-จุดเปลี่ยนที่ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็นขาลง

สิ่งที่น่าสนใจคือ... จุดเริ่มต้นของการร่วง ไม่ได้เกิดจากข่าวร้ายเลยฮะ ตรงกันข้าม SK Hynix ยังประกาศกำไรออกมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ธุรกิจยังแข็งแกร่ง และคำสั่งซื้อชิป AI ก็ยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งที่ตลาดเริ่มกังวล คือ บริษัทส่งสัญญาณว่า การเติบโตในอนาคต "อาจเริ่มชะลอลง" สำหรับคนทั่วไป ข่าวแบบนี้อาจไม่ได้ดูน่าตกใจ เพราะบริษัทยังมีกำไรและธุรกิจยังไปได้ดีแต่สำหรับตลาดที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความคาดหวังระดับ "สมบูรณ์แบบ" คำว่า "โตช้าลง" กลับถูกตีความไม่ต่างจาก "ผิดหวัง"

เมื่อความเชื่อเริ่มสั่นคลอน นักลงทุนบางส่วนจึงเริ่มทยอยขายทำกำไร หลังจากหุ้นปรับตัวขึ้นมามาก ขณะเดียวกัน กระแส IPO หุ้นจีนที่กลับมาได้รับความสนใจก็เข้ามาเป็นอีกหนึ่งแรงกดดัน เม็ดเงินลงทุนบางส่วนเริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นเกาหลีที่ราคาปรับขึ้นมาสูงแล้ว เพื่อมองหาโอกาสใหม่ในตลาดจีน

ทำให้แรงซื้อจากต่างชาติเริ่มลดลง หุ้นสองตัวที่เป็นความหวังหลักของตลาดอย่าง Samsung และ SK Hynix จึงเริ่มปรับตัวลง และลากดัชนี KOSPI ให้ร่วงตามไปด้วย

📌 4-วงจรที่ทำให้ตลาดพังเร็ว

ปกติแล้วการที่หุ้นลงเนี่ยถือเป็นเรื่องธรรมดาของตลาด แต่รอบนี้ไม่ธรรมดา เพราะตลาดเต็มไปด้วย Leverage หรือเงินกู้ เมื่อราคาหุ้นลดลง นักลงทุนที่กู้เงินมาซื้อหุ้นก็เริ่มถูกเรียกให้เติมหลักประกัน หรือที่เรียกว่า Margin Call

หลายคนไม่มีเงินเติม โบรกเกอร์จึงต้องบังคับขายหุ้นทันที เมื่อมีหุ้นถูกขายออกมาพร้อมกันจำนวนมาก ราคาหุ้นก็ยิ่งลง เมื่อราคายิ่งลง คนกลุ่มใหม่ก็โดน Margin Call ตาม

สุดท้ายจึงเกิดวงจรที่หยุดแทบไม่ได้

หุ้นลง → ถูกเรียกให้เติมเงิน → ถูกบังคับขาย → หุ้นลงต่อ → ถูกเรียกให้เติมเงิน รอบใหม่

แม้แต่นักลงทุนที่ไม่ได้ใช้ Leverage ก็โดนลูกหลง เพราะกองทุนและสถาบันต้องขายสินทรัพย์ทุกอย่างที่ขายได้ เพื่อนำเงินสดมารักษาหลักประกัน จากตลาดที่เคยสร้างเศรษฐีภายในไม่กี่เดือน จึงกลายเป็นตลาดที่ทำให้คนจำนวนมากสูญเสียเงินเก็บทั้งชีวิตภายในเวลาเพียง 5 เดือน

บทเรียนจากตลาดหุ้นเกาหลี สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้แปลว่า AI เป็นเรื่องหลอก Samsung และ SK Hynix ก็ยังเป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง ธุรกิจก็ยังเติบโต แต่สิ่งที่พังคือ "ความเชื่อ" ของนักลงทุน

เมื่อทั้งประเทศกำลังรวยจากเรื่องเดียวกัน มันเป็นเรื่องยากมากที่จะบอกตัวเองว่า "พอแล้ว" และเมื่อทิศทางตลาดเปลี่ยน คนที่เอาเงินเก็บทั้งชีวิต หรือกู้เงินมาไล่ตามความฝัน ก็กลายเป็นคนที่เจ็บที่สุด

พี่ทุยไม่ได้อยากเล่าเรื่องนี้เพื่อซ้ำเติมใคร แต่อยากให้เรื่องของเกาหลีใต้ เป็นเครื่องเตือนใจว่า… ในวันที่ทุกคนเชื่อว่าตลาดจะขึ้นตลอด นั่นอาจเป็นวันที่เราควรกลับมาถามตัวเองอีกครั้งว่า "เรากำลังรับความเสี่ยงไหวจริงหรือเปล่า"

#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #KOSPI #ตลาดหุ้น #เกาหลีใต้ #ดัชนี #ETF #Leverage

หมายเหตุ: ภาพประกอบเป็นมีมเพื่อใช้สื่ออารมณ์ของนักลงทุนเท่านั้น บุคคลในภาพไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหาข่าว KOSPI ในบทความนี้ครับ

6 days ago | [YT] | 849

Money Buffalo

คนข้างหลังเช็กยังไง และได้อะไรบ้าง? ถ้าผู้เสียชีวิตทำประกันไว้ | Money Buffalo


เรื่องที่หลายคนไม่อยากคิดถึง แต่จำเป็นต้องรู้ เมื่อคนในครอบครัวจากไป นอกจากความเศร้าแล้ว ยังมีเรื่องของสิทธิประโยชน์ที่คนข้างหลังพึงได้รับ แต่หลายครั้งก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร ไปติดต่อที่ไหน วันนี้พี่ทุยเลยสรุปมาให้ง่าย ๆ


📌 ประกันสังคม ได้อะไรบ้าง และเช็กยังไง


ได้อะไรบ้าง ? : อย่างแรกคือค่าทำศพ 50,000 บาท จ่ายให้ผู้จัดการศพ อย่างที่สองคือเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต ขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่ส่งสมทบ ถ้าส่ง 36-119 เดือนได้ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย x 4 เดือน แต่ถ้าส่งครบ 120 เดือนขึ้นไปได้ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย x 12 เดือน และอย่างที่สามคือเงินบำเหน็จ/บำนาญชราภาพ ตามเงื่อนไข


เช็กและรับเงินยังไง ? : ยื่นคำร้องที่สำนักงานประกันสังคม โดยเตรียมเอกสารดังนี้


กรณีขอรับค่าทำศพ ต้องมีแบบฟอร์ม สปส. 2-01 ใบมรณบัตร บัตรประชาชนผู้จัดการศพ หลักฐานการจัดการศพ และสมุดบัญชี


กรณีขอรับเงินสงเคราะห์กรณีตาย ต้องมีแบบฟอร์ม สปส. 2-01 บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิ์ เอกสารแสดงความสัมพันธ์ และหนังสือระบุผู้มีสิทธิ์ (ถ้ามี)


ยื่นได้ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ไม่มีค่าธรรมเนียม และเงินที่ได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด


ข้อควรระวัง: ถ้าโสด ไม่มีบิดามารดา และไม่มีทายาทตามกฎหมาย ต้องทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิ์ไว้ล่วงหน้า มิฉะนั้นกองทุนประกันสังคมจะไม่จ่ายเงินให้ใครเลย


📌 ประกันชีวิต/สุขภาพ/รถยนต์ ได้อะไรบ้าง และเช็กยังไง


ได้อะไรบ้าง ? : ได้รับเงินค่าสินไหมหรือเงินเอาประกัน ตามทุนประกันและเงื่อนไขของกรมธรรม์แต่ละฉบับ โดยผู้มีสิทธิ์รับคือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ แต่ถ้าไม่มีการระบุหรือผู้รับผลประโยชน์เสียชีวิตก่อน ต้องใช้ใบแต่งตั้งผู้จัดการมรดกแทน


เช็กและรับเงินยังไง ? : ยื่นคำร้องที่สำนักงาน คปภ. หรืออีเมล contact@oic.or.th โดยเตรียมเอกสารดังนี้


ใบคำขอตรวจสอบข้อมูล (ดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ คปภ.) สำเนาใบมรณบัตร สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน/ทะเบียนสมรส และใบแต่งตั้งผู้จัดการมรดก (กรณีไม่มีผู้รับผลประโยชน์ระบุไว้)


ทราบผลภายใน 30 วันทำการ ไม่มีค่าธรรมเนียม และเงินที่ได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด
สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ตอนนี้คือ ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์และหนังสือประกันสังคมให้ชัดเจน เพื่อให้คนข้างหลังไม่ต้องยุ่งยากในวันที่เศร้าที่สุดของชีวิต


#ประกันสังคม #ประกันชีวิต #มรดก #วางแผนการเงิน #คนข้างหลัง

1 week ago | [YT] | 221

Money Buffalo

รวมบ้านพักคนชรา อยู่ยาว 20 ปี ใช้เงินเท่าไร? | Money Buffalo

"แก่แล้วจะอยู่ที่ไหน ?" เป็นคำถามที่หลายคนยังไม่เคยคิดถึง แต่จริง ๆ แล้วนี่คือหนึ่งในค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต
วันนี้พี่ทุยเลยรวมบ้านพักคนชราในไทยมาให้ดูกัน ตั้งแต่แบบประหยัดไปจนถึงแบบหรู พร้อมคำนวณให้เลยว่าถ้าอยู่ยาว 20 ปี จะใช้เงินเท่าไหร่กันนะ

📌 สายประหยัด
• บ้านบางแค (กรุงเทพฯ) ราคาเริ่มต้น 0-1,500 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 360,000 บาท เป็นสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุแห่งแรกของไทย บรรยากาศร่มรื่น แต่คิวยาวมาก
• สวางคนิเวศ สภากาชาดไทย (สมุทรปราการ) ราคาเริ่มต้น 2,500 บาทต่อเดือน + ค่าแรกเข้า 650,000 บาท อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 600,000 บาท รูปแบบคอนโดติดทะเล มีทริปทั้งในและต่างประเทศตลอดปี
บ้านเย็นจิต (กาญจนบุรี) ราคา 10,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 2.4 ล้านบาท กว้างขวางโปร่งสบาย มีสหวิชาชีพดูแล 24 ชั่วโมง รับดูแลผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วย

📌 สายมีกินมีใช้
• เอลเดอร์ลี่ คลับ / คุณตา คุณยาย / โกลเด้นแคร์ ราคาเริ่มต้น 18,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 4.3 ล้านบาท มีแอร์ทุกห้อง บริการดูแลครบ มีพยาบาลและทีมผู้เชี่ยวชาญ
• เถาจือโฮม (ปทุมธานี) ราคา 20,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 4.8 ล้านบาท มีรถรับ-ส่งไปตรวจสุขภาพ อัปเดตภาพให้ญาติผ่าน Line วันต่อวัน
• ดิษฐ์รา เนอร์สซิ่งโฮม (กรุงเทพฯ) ราคา 28,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 6.7 ล้านบาท อาคารโมเดิร์น มีพยาบาลตรวจเยี่ยมเตียงทุก 2 ชั่วโมง

📌 สายหรู
• รพ.ผู้สูงอายุ กล้วยน้ำไท 2 (กรุงเทพฯ) ราคา 30,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 7.2 ล้านบาท รพ.ผู้สูงอายุแห่งแรกในไทยที่ได้รับมาตรฐาน JCI ระดับโลก ทีมแพทย์ดูแล 24 ชั่วโมง
• จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ (ปทุมธานี) ราคา 40,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 9.6 ล้านบาท สไตล์คอนโดหรูกลางธรรมชาติ มีสปา สระว่ายน้ำบำบัด และโรงพยาบาลธนบุรีอยู่ภายในโครงการ
• Velasook Senior Smart Village รพ.เปาโล (กรุงเทพฯ สะพานควาย) ราคา 100,000 บาทต่อเดือน อยู่ 20 ปีใช้เงินประมาณ 24 ล้านบาท อยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลเปาโล ใจกลางเมือง ใกล้ BTS แพทย์ตรวจเยี่ยมสัปดาห์ละครั้ง

ทั้งหมดนี้เป็นราคาเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนั้นถ้าอยากเกษียณแบบสบาย ไม่เป็นภาระลูกหลาน มาเริ่มวางแผนและสะสมเงินไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ กัน

#วางแผนเกษียณอายุ
#บ้านพักคนชรา #เกษียณ #วางแผนเกษียณ #ผู้สูงอายุ #NursingHome

1 week ago | [YT] | 401

Money Buffalo

เงินเดือนเท่านี้ ซื้อ RMF ปลายปี ประหยัดภาษีได้เท่าไหร่ ? | Money Buffalo

เงินเดือนออกทีไร หลายคนก็ต้องเจอเหมือนกันครับ...ปลายปีมาถึง นอกจากโบนัสที่หลายคนรอลุ้น อีกเรื่องที่หนีไม่พ้นก็คือ "ภาษี"

หลายคนเลยเลือกซื้อ RMF เพราะนอกจากช่วยลดหย่อนภาษีแล้ว ยังเป็นการออมเงินไว้ใช้หลังเกษียณไปในตัว แต่หลายคนก็ยังเข้าใจผิดว่า RMF คือกองทุนแบบเดียว ทั้งที่จริง ๆ แล้วมีให้เลือกลงทุนตั้งแต่ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ไปจนถึงกองทุนที่ลงทุนในดัชนีอย่าง S&P 500 เลยครับ

โพสต์นี้พี่ทุยเลยลองคำนวณให้ดูว่า ถ้าเงินเดือนอยู่ในแต่ละช่วง และซื้อ RMF 10,000 / 30,000 / 50,000 บาท จะช่วยประหยัดภาษีได้ประมาณเท่าไหร่

📌 RMF คืออะไร ?

RMF (Retirement Mutual Fund) คือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ที่รัฐสนับสนุนให้ประชาชนออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยให้สิทธินำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ข้อดีคือ เงินที่นำไปลงทุนมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ไม่ใช่แค่ช่วยลดภาษีเพียงอย่างเดียว

📌 RMF ลงทุนอะไรได้บ้าง ?

หลายคนคิดว่า RMF มีแค่กองทุนเดียว แต่จริง ๆ แล้วสามารถเลือกได้หลายแบบ เช่น กองทุนตราสารหนี้
กองทุนผสม กองทุนหุ้นไทย กองทุนหุ้นต่างประเทศ กองทุนที่ลงทุนในดัชนีอย่าง S&P 500 หรือ Nasdaq
กองทุนทองคำ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) เลือกได้ตามเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้

📌 RMF ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ?

เงินลงทุน RMF สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และเมื่อรวมกับกองทุนและเงินออมเพื่อเกษียณประเภทอื่น เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ประกันบำนาญ ฯลฯ ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนซื้อ RMF แม้ RMF จะช่วยลดหย่อนภาษีได้ แต่ก็มีเงื่อนไขที่ต้องทำความเข้าใจ เพราะเป็นการลงทุนเพื่อเกษียณ ไม่ใช่กองทุนที่ซื้อแล้วขายเมื่อไรก็ได้

หากต้องการรักษาสิทธิ์ลดหย่อนภาษี ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย โดยทั่วไปต้อง ลงทุนต่อเนื่องตามหลักเกณฑ์ และสามารถขายคืนได้เมื่อมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ พร้อมทั้งลงทุนใน RMF มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หากขายผิดเงื่อนไข อาจต้องคืนสิทธิ์ลดหย่อนภาษีและชำระเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ อย่าลืมศึกษานโยบายการลงทุน ค่าธรรมเนียม และความเสี่ยงของแต่ละกองทุนก่อนตัดสินใจ เพราะ RMF แต่ละกองลงทุนในสินทรัพย์ไม่เหมือนกัน ผลตอบแทนและความผันผวนก็แตกต่างกันด้วยครับ

#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #TaxItEasy #RMF #ลดหย่อนภาษี #วางแผนภาษี #กองทุนรวม #ลงทุน #วางแผนเกษียณ #การเงินส่วนบุคคล

2 weeks ago | [YT] | 280

Money Buffalo

7 กิจกรรม ห้ามใจให้ไม่ใช้เงิน ทำปุ๊บ มีเงินเหลือปั๊บ | Money Buffalo

รู้ไหมว่าปัญหาเรื่องเงินไม่พอ บางทีไม่ได้มาจากรายได้น้อย แต่มาจาก "สิ่งแวดล้อมที่กระตุ้นให้ใช้เงิน" ต่างหาก

ทุกวันนี้แค่หยิบมือถือขึ้นมา ก็มีทั้งโปรโมชัน อินฟลูฯ ป้ายยา แอปช้อปปิ้ง รุมล้อมอยู่ตลอดเวลา พอเจอบ่อย ๆ ก็ซื้อบ่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

วันนี้พี่ทุยเลยรวม 7 กิจกรรมง่าย ๆ ที่ไม่ต้องฝืนใจมาก แค่ปรับนิดเดียว แต่ช่วยให้มีเงินเหลือได้จริง
1. เลิกติดตามร้านค้าใน LINE Official
ลดข้อความโปรโมชันที่เข้ามาล่อตาล่อใจทุกวัน ไม่เห็น ไม่ซื้อ
2. เลิกติดตามอินฟลูฯ หรือดาราสายป้ายยา
ยิ่งเห็นของบ่อย ยิ่งมีโอกาสซื้อโดยไม่จำเป็น เพราะสมองเราเชื่อมโยงของกับความสุขได้เร็วมาก
3. ใช้กฎ 24 ชั่วโมงก่อนซื้อ
อย่าซื้อทันที รอ 1 วันก่อนตัดสินใจ เผื่อความอยากหายไปเอง ซึ่งส่วนใหญ่มันหายจริง ๆ 5555
4. ย้ายแอปช้อปปิ้งไปหน้าสุดท้ายของมือถือ
ทำให้เปิดยากขึ้น ลดการเข้าแอปโดยไม่รู้ตัว เพราะหลายครั้งเราเปิดแค่เพราะเบื่อ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ
5. ลบบัตรเครดิตออกจากแอปช้อปปิ้ง
เพิ่มขั้นตอนก่อนจ่าย ช่วยลดการซื้อแบบฉับพลัน เพราะแค่ต้องหยิบบัตรมากรอกเอง หลายคนก็เลิกซื้อไปแล้ว
6. ของไม่จำเป็น จ่ายด้วยเงินสดเท่านั้น
เห็นเงินที่จ่ายจริง ทำให้คิดก่อนควักมากขึ้น เพราะสมองเราเจ็บปวดกับการจ่ายเงินสดมากกว่าการแตะบัตรอยู่แล้ว
7. จัดบ้านและจัดตู้เสื้อผ้าเป็นประจำ
เห็นของที่มีอยู่แล้ว จะรู้ว่ายังไม่จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม หลายครั้งเราซื้อของซ้ำเพราะลืมว่าตัวเองมีอยู่แล้ว

ทั้ง 7 ข้อนี้ไม่ได้บอกให้หยุดใช้เงินเลย แต่แค่ปรับสิ่งแวดล้อมให้ "ซื้อยากขึ้น" นิดเดียว เงินที่เหลือมันจะตามมาเอง

#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #ประหยัดเงิน #จัดการเงิน #วางแผนการเงิน #ห้ามใจไม่ใช้เงิน

2 weeks ago | [YT] | 383

Money Buffalo

อยากมีเงินก้อนในอีก 20 ปี ต้องเก็บเดือนละเท่าไหร่? | Money Buffalo

หลายคนตั้งเป้าไว้ว่า... อยากมีเงิน 1 ล้าน อยากมีเงิน 3 ล้าน หรืออยากเกษียณแบบมีเงิน 5 ล้าน

แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ..."แล้วต้องเก็บเดือนละเท่าไหร่ ?"

พี่ทุยเลยลองคำนวณให้ดูว่า ถ้ามีเวลา 20 ปี และเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่างกัน จะต้องลงทุนต่อเดือนต่างกันแค่ไหน

ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าอยากมี เงิน 1 ล้านบาท

- ฝากธนาคาร ดอกเบี้ย 0.25% ต้องเก็บประมาณ 4,064 บาท/เดือน
- สลากออมสิน ดอกเบี้ยเฉลี่ย 1.30% ประมาณ 3,649 บาท/เดือน
- หุ้นกลุ่มธนาคาร สมมติผลตอบแทน 7% ประมาณ 1,920 บาท/เดือน
- กองทุนรวม S&P 500 ผลตอบแทนเฉลี่ยในอดีต 9.57% ประมาณ 1,392 บาท/เดือน

จะเห็นว่า ผลตอบแทนที่ต่างกันเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้เงินที่ต้องลงทุนต่อเดือนต่างกันมาก เพราะพลังของ "ดอกเบี้ยทบต้น" ยิ่งเวลานาน ยิ่งเห็นผลชัด

แต่พี่ทุยขอเตือนไว้นิดนึงนะครับ ตัวเลขในภาพเป็นเพียง การคำนวณจากสมมติฐานผลตอบแทนเฉลี่ย เพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น โดยเฉพาะหุ้นและกองทุน ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต มูลค่าเงินลงทุนสามารถขึ้นลงได้ และอาจขาดทุนได้เช่นกัน

ดังนั้น ก่อนเลือกลงทุน อย่าดูแค่ว่าผลตอบแทนสูงอย่างเดียว แต่ควรเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะกับเป้าหมาย ระยะเวลาลงทุน และระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ด้วยครับ

#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #วางแผนการเงิน #ดอกเบี้ยทบต้น #ลงทุน #SNP500 #กองทุนรวม #หุ้น #ออมเงิน #เกษียณ #การเงินส่วนบุคคล

2 weeks ago | [YT] | 284

Money Buffalo

บริจาคเงินให้โรงพยาบาลเท่าไหร่ ? ถึงจะได้สิทธิ "รักษาฟรี" | Money Buffalo

"การบริจาคเงินให้โรงพยาบาล" เป็นการบริหารความมั่งคั่งในรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้มีอันเค้านิยมใช้กัน โดยข้อดีหลัก ๆ มีอยู่ 2 อย่าง คือหนึ่ง สามารถนำยอดบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า และสอง รับส่วนลดค่ารักษาพยาบาล หากมียอดบริจาคถึงเกณฑ์ที่โรงพยาบาลกำหนด ซึ่งส่วนลดก็มีตั้งแต่ 5% ไปจนถึง 100% หรือรักษาฟรีไปเลยก็มี และบางทีสิทธิที่ได้ยังครอบคลุมไปถึงครอบครัวและผู้อุปการะสมทบด้วย (บุคคลที่ผู้บริจาคกำหนดให้ได้รับสิทธิ)

วันนี้พี่ทุยเลยลองรวมโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ที่มีสิทธิประโยชน์ในการบริจาคมาให้ดูกัน โดยคัดเอามาแต่ ‘สิทธิประโยชน์สูงสุด’ มาให้ดูกัน เพราะในรายละเอียดจริง ๆ ไม่ต้องบริจาคเยอะขนาดนี้ก็ได้นะ โรงพยาบาลเค้ามีแพ็กเกจให้หลากหลายราคา แต่ถ้าอยากรักษาฟรีเลยก็ต้องเลือกบริจาคเลเวลแบบสูงสุดนี่ล่ะ

-โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ : บริจาค 40 ล้านบาทขึ้นไป ได้สิทธิ 3 คน / บริจาค 50 ล้านบาทขึ้นไป ได้สิทธิ 4 คน / บริจาค 100 ล้านบาทขึ้นไป ได้สิทธิ 8 คน ส่วนลดสูงสุด 100% OPD/IPD
-โรงพยาบาลศิริราช : บริจาค 50 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด 100% OPD/IPD ได้สิทธิตนเองและผู้อุปการะสมทบ 2 คน
-โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า : บริจาค 30 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด 100% ได้สิทธิตนเองและครอบครัว
-โรงพยาบาลวชิรพยาบาล : บริจาค 60 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด 100% OPD/IPD ได้สิทธิตนเองและผู้อุปการะสมทบ 2 คน
-โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า : บริจาค 30 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด 100% ได้สิทธิตนเองและครอบครัว
-โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล : บริจาค 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด 100% ได้สิทธิตนเองและครอบครัว
-โรงพยาบาลราชวิถี : บริจาค 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด OPD 100% / IPD 50% ได้สิทธิตนเองและบุคคลในครอบครัว
-โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ : บริจาค 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด IPD 100% / OPD 50% ได้สิทธิตนเองและครอบครัว
-โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ : บริจาค 15 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด 50% OPD/IPD ได้สิทธิตนเองและญาติ 3 ท่าน
-โรงพยาบาลรามาธิบดี : บริจาค 50 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนลด IPD 50% / OPD 30% ได้สิทธิตนเอง คู่สมรส และบุตร

สำหรับคนที่มีแผนบริจาค นอกจากจะได้ช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังได้ทั้งสิทธิลดหย่อนภาษีและสิทธิค่ารักษาพยาบาลกลับมาด้วย ถือว่าคุ้มค่าในแบบที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน
#MoneyBuffalo #สนุกง่ายได้ประโยชน์ #บริจาค #รักษาฟรี #ลดหย่อนภาษี #โรงพยาบาล #วางแผนการเงิน

2 weeks ago | [YT] | 967