ช่องข่าวของเรา
ศูนย์กลางข่าวสารที่กล้าพูดความจริงทุกแง่มุม โดยไม่กลัวอิทธิพลใด
เจาะลึกประเด็น การเมือง เผยเบื้องหลังอำนาจและเกมเขย่ารัฐบาล
เกาะติด อาชญากรรม ทันเหตุการณ์ ทั้งคดีสะเทือนขวัญและอาชญากรรมข้ามชาติ
ไม่พลาด ข่าวบันเทิง ร้อนแรง วงในชีวิตคนดังแบบไม่มีเม้ม
เสนอข้อมูล เศรษฐกิจและธุรกิจ ที่ส่งผลต่อกระเป๋าเงินประชาชน
ถ่ายทอดข่าว สังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยมุมมองสร้างสรรค์และรับผิดชอบ
วิเคราะห์ข่าวด้วยหลักฐานรอบด้าน ให้คนดูตัดสินเองบนข้อเท็จจริง
สะท้อนเสียงคนทุกกลุ่ม ไม่เลือกข้าง แต่เลือกความถูกต้อง
ภาพ เสียง และการเล่าเรื่องเข้มข้น ดูง่าย เข้าใจไว
เพราะทุกข่าวสำคัญต่อชีวิตคุณ เราพร้อมรายงาน จริง ครบ ทุกมิติ
ติดต่อสอบถาม 0811312931 (คุณเอ็ม) email:ddtgto@hotmail.com
SeeNewsTh
ป้าดา เปิดแถลง แจงกรณีที่ดินวัด
เผยทายาทอยากให้ตรวจสอบให้ถูกต้อง
“ป้าดา-ทายาทตาเฮียง” ควงอดีตผู้ตรวจการสำนักพุทธฯ เปิดหลักฐานปมที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ชี้ข้อพิรุธแต่งตั้งเจ้าอาวาสปี 2535 ก่อนประกาศตั้งวัดปี 2541 ตั้งคำถามเอกสารราชการถูกต้องหรือไม่ จ่อแจ้งความกองปราบฯ ตรวจสอบเอกสารไม่ชอบด้วยกฎหมาย ลั่นปมหมายเรียกขอนแก่น จะไปรับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่ ให้ไปคุยกับตำรวจเอง ย้ำ “ไม่ได้ฆ่าใครตาย”
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน ถนนวิภาวดีรังสิต ห้องพระอินทร์ 2 น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าบัวไข” ทายาทตาเฮียง พร้อมด้วยนายวรเดช ช่างบุ หรือ ชัยเดชบุญชู ที่ปรึกษาผู้จัดการมรดกและผู้รับมอบอำนาจ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดหลักฐานและข้อสงสัยเกี่ยวกับที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น
ป้าดา เปิดเผยว่า วันนี้ตนทำหน้าที่แทนนางบัวไข ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก โดยครอบครัวทายาทตาเฮียงต้องต่อสู้กับปัญหาที่ดินผืนดังกล่าวมาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะโฉนดที่ดินเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 17 ตารางวา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ของวัดป่าอดุลยาราม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ครอบครัวทายาทของนายเฮียงต้องเผชิญกับกระแสสังคมและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยถูกมองว่าเป็นผู้ไม่หวังดีต่อวัด แต่ครอบครัวยืนยันว่าเลือกที่จะอดทนและปล่อยให้กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดำเนินไป เพราะเชื่อว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
ป้าดา ระบุว่า จากการตรวจสอบและติดตามข้อมูลมาเป็นเวลานาน รวมถึงสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการคณะสงฆ์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พระผู้ใหญ่ และผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ครอบครัวพบข้อสงสัยว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวอาจไม่ได้มีสถานะเป็นวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายตามที่มีการกล่าวอ้าง และกรรมสิทธิ์ในที่ดินยังคงอยู่ในส่วนของกองมรดกและทายาท
ป้าดา กล่าวต่อว่า สาเหตุที่เชิญนายวรเดช ช่างบุ มาร่วมแถลงข่าว เนื่องจากเป็นอดีตผู้ตรวจการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีประสบการณ์ตรวจสอบปัญหาเกี่ยวกับวัดและกรณีทุจริตเงินอุดหนุนวัดมาเป็นเวลานาน โดยนายวรเดชได้ติดตามประเด็นวัดป่าอดุลยารามจากรายการ “โหนกระแส” และเห็นว่ามีข้อเท็จจริงหลายประเด็นที่ควรได้รับการตรวจสอบ จึงต้องการออกมาช่วยอธิบายข้อกฎหมายและข้อมูลให้สังคมได้รับทราบ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามหลักกฎหมาย
ด้านนายวรเดช ช่างบุ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบข้อพิรุธสำคัญเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ของการจัดตั้งวัด โดยพบว่ามีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสในปี พ.ศ. 2535 แต่มีการประกาศตั้งวัดป่าอดุลยารามในปี พ.ศ. 2541 จึงเกิดคำถามว่า หากในปี 2535 ยังไม่มีการจัดตั้งวัดอย่างถูกต้อง แล้วเหตุใดจึงสามารถแต่งตั้งเจ้าอาวาสได้
นายวรเดช อธิบายว่า การแต่งตั้งเจ้าอาวาสมีขั้นตอนตามระบบการปกครองคณะสงฆ์ โดยต้องมีการเสนอเรื่องจากเจ้าคณะตำบลไปยังเจ้าคณะจังหวัดเพื่อพิจารณา แต่หลักสำคัญคือ สถานที่ดังกล่าวต้องมีสถานะเป็นวัดที่ถูกต้องเสียก่อน จึงจะสามารถมีเจ้าอาวาสได้
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารแต่งตั้งเจ้าอาวาส โดยนายวรเดชระบุว่า จำเป็นต้องตรวจสอบว่าลายมือชื่อในเอกสารเป็นลายมือชื่อของผู้มีอำนาจจริงหรือไม่ และผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดในขณะนั้นเป็นผู้ลงนามจริงหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารต้นฉบับและกระบวนการจัดทำอย่างละเอียด
ส่วนประเด็นการสร้างวัด นายวรเดช กล่าวว่า กฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกำหนดให้มีการจัดทำผังแสดงที่ตั้ง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับอาคาร ศาลา กุฏิ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในวัด เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ ข้อมูลดังกล่าวจึงไม่ควรเป็นเรื่องที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และหากประชาชนมีข้อสงสัยก็ควรสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นายวรเดชยังตั้งข้อสังเกตถึงการนำพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นวัด หรือสถานะและตำแหน่งเจ้าอาวาสไปใช้ประโยชน์ในลักษณะอื่น เช่น การทำถนนหรือรีสอร์ต โดยเห็นว่าหากเป็นที่ดินวัดจริง การดำเนินการเกี่ยวกับศาสนสมบัติจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด พร้อมตั้งคำถามถึงกรณีการตัดไม้ทำลายป่าด้วยว่า หากพื้นที่ดังกล่าวเป็นวัดและอยู่ภายใต้การดูแลตามกฎหมาย เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นได้
ด้านทนายความของครอบครัวทายาทตาเฮียง กล่าวว่า เดิมนายเฮียงมีเจตนาที่จะยกที่ดินให้วัดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 แต่การให้ดังกล่าวมีเงื่อนไขสำคัญว่า ที่ดินจะต้องถูกจัดตั้งเป็นวัดที่ถูกต้องและสมบูรณ์ตามกฎหมายเสียก่อน ลักษณะดังกล่าวเป็นนิติกรรมที่มีเงื่อนไขบังคับ กล่าวคือ จะยกให้ต่อเมื่อเงื่อนไขที่กำหนดไว้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม นายเฮียงถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2534 ขณะที่เงื่อนไขดังกล่าวยังไม่สำเร็จ จึงมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายว่าทรัพย์สินยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเฮียง และเมื่อเจ้ามรดกถึงแก่กรรม ทรัพย์สินย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยชอบธรรม
ทนายความระบุว่า ต่อมาพบว่ามีการดำเนินการเกี่ยวกับการสร้างและจัดตั้งวัดต่อ แม้ทายาทจะคัดค้านและไม่ได้ลงนามมอบสิทธิ์ จึงเกิดข้อสงสัยว่าเอกสารราชการที่ถูกนำมาใช้ประกอบกระบวนการจัดตั้งวัดนั้นจัดทำขึ้นโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และมีเอกสารใดถูกปลอมแปลงหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องตรวจสอบโดยหน่วยงานที่มีอำนาจ
ป้าดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาครอบครัวได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักพระราชวังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีเลขรับหนังสือเป็นหลักฐาน แต่ครอบครัวเชื่อว่าหนังสือร้องเรียนบางส่วนไม่ได้รับการดำเนินการอย่างจริงจัง จึงต้องการให้รัฐบาลและหน่วยงานที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบว่า วัดป่าอดุลยารามมีสถานะเป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และเหตุใดจึงมีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ทั้งที่มีการประกาศตั้งวัดในปี พ.ศ. 2541
สำหรับแนวทางหลังจากนี้ ป้าดาเปิดเผยว่า เตรียมเดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นเอกสารและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งวัด รวมถึงดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่ามีการกระทำความผิด
ส่วนกรณีมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.ขอนแก่น ออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหา และผู้สื่อข่าวสอบถามว่าจะเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนเมื่อใด ป้าดาระบุว่า จะไปรับทราบหรือไม่ไปรับทราบนั้น ขอให้นักข่าวไปสอบถามกับตำรวจเอง พร้อมกล่าวว่า “เรื่องนี้ไม่ได้ฆ่าใครตาย”
1 week ago | [YT] | 0
View 0 replies
SeeNewsTh
🚨 สรุปเหตุสลด “รถไฟชนรถเมล์สาย 206” แยกอโศก-ดินแดง
🔥 เพลิงลุกไหม้กลางกรุง เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 34 คน
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.41 น. เกิดอุบัติเหตุรุนแรงบริเวณจุดตัดทางรถไฟช่วงระหว่างสถานีคลองตัน-มักกะสัน ใกล้แยกอโศก-ดินแดง หลังขบวนรถสินค้าที่ 2126 เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-บางซื่อ เฉี่ยวชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 (บางนา-บางเขน) ซึ่งจอดคร่อมรางรถไฟขณะติดสัญญาณไฟแดง
แรงกระแทกทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ก่อนลุกลามไปยังรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่อยู่ใกล้เคียง ส่งผลให้รถยนต์เสียหาย 5 คัน และรถจักรยานยนต์เสียหายอีก 5 คัน ท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชนในพื้นที่
⏰ เวลา 16.00 น.
เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 34 ราย
🏥 นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สั่งการให้โรงพยาบาลในสังกัดทั่วกรุงเทพมหานคร เตรียมห้องฉุกเฉิน (ER) ทีมแพทย์ ห้องผ่าตัด และเตียงรองรับผู้บาดเจ็บอย่างเต็มกำลัง
🏛️ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับรายงานเหตุแล้ว พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต และอำนวยความสะดวกด้านการรักษาพยาบาลอย่างเต็มที่
🚔 เวลา 17.00 น.
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเร่งอำนวยการจราจร และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางโดยรอบจุดเกิดเหตุ
🔍 เวลา 18.00 น.
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ทั้งระบบสัญญาณ ร่องรอยการเฉี่ยวชน และสภาพหัวรถจักร เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ
🚧 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นทางตัดเสมอระดับ โดยรถเมล์จอดคร่อมราง ส่งผลให้ระบบไม้กั้นอัตโนมัติไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
⚫ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมสั่งตรวจสอบระบบไม้กั้นอัตโนมัติ และตรวจสอบกล่องดำของขบวนรถไฟ
💰 นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินเยียวยา 1.5 ล้านบาท ส่วนผู้บาดเจ็บจะได้รับค่าช่วยเหลือตั้งแต่ 80,000 – 500,000 บาท ตามเงื่อนไขของประกันภัย
⏰ เวลา 21.00 น.
เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายซากรถเมล์ออกจากพื้นที่
⏰ เวลา 21.15 น.
หัวรถจักรดีเซลเข้าลากขบวนรถไฟออกจากจุดเกิดเหตุ เพื่อเปิดเส้นทางการเดินรถตามปกติ
📍 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ หากญาติผู้โดยสารรถเมล์สาย 206 ยังไม่สามารถติดต่อคนใกล้ชิดได้ สามารถประสานข้อมูลได้ที่สำนักงานเขตราชเทวี
#รถไฟชนรถเมล์ #อโศกดินแดง #มักกะสัน #สาย206 #ไฟไหม้รถเมล์ #อุบัติเหตุใหญ่ #ข่าวด่วน #กรุงเทพมหานคร #ชัชชาติ #อนุทิน #ขสมก #การรถไฟแห่งประเทศไทย #seenews
3 months ago | [YT] | 0
View 0 replies
SeeNewsTh
ศาลเลื่อนอ่านคำพิพากษา คดี “ต้อม รัชนีกร” ฟ้องศัลยกรรมพลาด รพ.ยันสู้เต็มที่ โต้ไม่ได้ทำเสียหาย
12พ.ค.2569
ศาลมีคำสั่งเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษา ในคดีที่นักแสดงรุ่นใหญ่ “ต้อม รัชนีกร” ยื่นฟ้องโรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งหนึ่ง เรียกค่าเสียหายกว่า 50 ล้านบาท จากกรณีอ้างว่าการทำศัลยกรรมเกิดความผิดพลาด ส่งผลให้ใบหน้าเสียรูป กระทบต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในวงการบันเทิงอย่างรุนแรง
โดยคดีดังกล่าวยังมีอีกประเด็นสำคัญ คือการที่ฝ่ายนักแสดงระบุว่า โรงพยาบาลได้นำภาพและคลิปวิดีโอภายในห้องผ่าตัดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้ป่วย
ขณะที่ฝั่งโรงพยาบาลออกมาชี้แจงโต้แย้ง ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการผิดพลาดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่าข้อเท็จจริงหลายส่วนไม่ตรงกับคำกล่าวอ้างของผู้ฟ้อง และมีหลักฐานเตรียมนำสืบต่อสู้ในชั้นศาล อีกทั้งยังมีการดำเนินคดีฟ้องกลับ เพื่อเรียกร้องความเสียหายเช่นกัน
สำหรับการเลื่อนอ่านคำพิพากษาในครั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยเหตุผลอย่างเป็นทางการจากศาล โดยคดีจะต้องรอการนัดหมายใหม่เพื่ออ่านคำตัดสินในลำดับถัดไป ทำให้คดีดังกล่าวยังคงอยู่ในความสนใจของสังคม เนื่องจากเป็นคดีระหว่างบุคคลในวงการบันเทิงกับสถานพยาบาล และมีประเด็นทั้งเรื่องความปลอดภัยทางการแพทย์ รวมถึงสิทธิส่วนบุคคลของผู้ป่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ คดีจะมีบทสรุปอย่างไร ต้องติดตามการพิจารณาและคำพิพากษาของศาลในนัดต่อไปอย่างใกล้ชิด
#ต้อมรัชนีกร
#ศัลยกรรมพลาด
#ฟ้องโรงพยาบาล
#คดีศัลยกรรม
#เลื่อนอ่านคำพิพากษา
#ข่าวบันเทิง
#ข่าววันนี้
#ดราม่าศัลยกรรม
#สิทธิผู้ป่วย
#คดีดัง
#วงการบันเทิง
#ศาลเลื่อน
#คดีความ
#โรงพยาบาลโต้
#ฟ้อง50ล้าน
#ข่าวร้อน
#ประเด็นสังคม
#ศัลยกรรม
#ข่าวล่าสุด
#จับตาคดี
#ฟ้องร้อง
#ความจริงต้องปรากฏ
#คดีใหญ่
#ดาราฟ้องรพ
#ข่าวไวรัล
#สรุปข่าว
#เลื่อนคำพิพากษา
#กระแสแรง
#ดราม่าร้อน
3 months ago (edited) | [YT] | 0
View 0 replies
SeeNewsTh
งานเข้า! “เบิร์ด วันว่างๆ” ถูกเรียกให้ข้อมูล หลังบริษัทจระเข้แจ้งความเอาผิด
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ ชั้น 4 อาคาร บี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ตำรวจไซเบอร์ สอท. ฝ่ายกฎหมายของบริษัทจระเข้ จะเข้าพบรองแจ้ เพื่อแจ้งความดําเนินคดี เบิร์ด วันว่างๆ กรณีใช้ปูนยาแนว นําไปใช้เล่นผิดวัตถุประสงค์ ช่วงสงกรานต์ พระประแดง โดยได้เรียก “เบิร์ด วันว่างๆ” เข้าให้ข้อมูล หลังบริษัทกาวยาแนว แจ้งความดำเนินคดี พรบ.คอมฯ ไว้เมื่อวันที่ 3 พ.ค.69
#เบิร์ดวันว่างๆ
#จระเข้แจ้งความ
#ตำรวจไซเบอร์
#สอท
#ปูนยาแนว
#คดีดัง
#ข่าววันนี้
#แจ้งวัฒนะ
#ศูนย์ราชการ
#พรบคอม
#สงกรานต์พระประแดง
#ดราม่าโซเชียล
#อินฟลูเอนเซอร์
#ไวรัล
#เรื่องใหญ่แล้ว
#โดนเรียกตัว
#ให้ข้อมูล
#คดีออนไลน์
#ข่าวร้อน
#จับตาคดี
#ทนาย
#กฎหมาย
#โซเชียลเดือด
#ข่าวด่วน
#กระแสแรง
#ดังข้ามคืน
#ดราม่าล่าสุด
#คดีสะเทือนเน็ต
#ข่าวโซเชียล
#อัปเดตข่าว
3 months ago | [YT] | 2
View 0 replies
SeeNewsTh
ไวรัลเดือดสู่สังเวียน! “เสี่ยโบ๊ท” ดันคู่ฮอต “สไนล์ ลักเปิด VS บุญมี แคนนาบิส” ศึกวันกรรชัยสะเทือนโซเชียล
“เสี่ยโบ๊ท” โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดี เชิญสื่อมวลชนและผู้เกี่ยวข้อง ประชุมรายละเอียดและกติกาศึกวันกรรชัย จับตา! คู่หยุดโลก
"สไนล์ ลักเปิด“ VS ”บุญมี แคนนาบิส”
สองหนุ่มจากคลิปไวรัล ที่มีผู้เข้าชมกว่า 37 ล้านวิว และแชร์สนั่นโลกออนไลน์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์
#ศึกวันกรรชัย
#เสี่ยโบ๊ท
#เพชรยินดี
#มวยไวรัล
#คู่หยุดโลก
#สไนล์ลักเปิด
#บุญมีแคนนาบิส
#สไนล์vsบุญมี
#ศึกเดือด
#มวยเดือด
#มวยไทย
#ไฟต์แห่งปี
#กระแสแรง
#ไวรัล37ล้านวิว
#คลิปไวรัล
#โซเชียลเดือด
#คนดูจับตา
#ดราม่าสู่สังเวียน
#มวยสะเทือนโลก
#ไฟต์หยุดโลก
#สายบวกห้ามพลาด
#เวทีมวยลุกเป็นไฟ
#ของจริงต้องดู
#แมตช์ล้างตา
#ศึกแห่งศักดิ์ศรี
#ใครจะอยู่ใครจะไป
#มันแน่นอน
#แฟนมวยห้ามพลาด
#เดือดแน่คืนนี้
#จับตาทั้งประเทศ
4 months ago | [YT] | 5
View 0 replies
SeeNewsTh
📢 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แจงปมขอข้อมูลเพิ่ม คดี “แตงโม”
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ออกแถลงการณ์ชี้แจง กรณีมีตัวแทนภาคประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง ยื่นคำขอรับไฟล์ภาพและเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ในคดีการเสียชีวิตของ น.ส.นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือ “แตงโม” เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาทางคดี
🔎 ย้ำดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน
สถาบันฯ ระบุว่า ได้ดำเนินการตามกระบวนการอย่างเคร่งครัด
✔️ ส่งมอบรายงานชันสูตรศพ
✔️ พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
✔️ เอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ให้พนักงานสอบสวนและอัยการครบแล้ว
📄 รวมถึงรายงานผ่าชันสูตรศพครั้งที่ 2 ก็ได้ส่งมอบให้ผู้ร้องขอตามสิทธิทางกฎหมายไปก่อนหน้านี้
⚖️ ทั้งนี้ ศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำพิพากษาคดีดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568
📌 ขอข้อมูลเพิ่ม ต้องผ่านคณะกรรมการ
สำหรับการร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม สถาบันฯ ชี้แจงว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ภายใต้ พ.ร.บ.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ.2559
📍 การเปิดเผยข้อมูลคดี จำเป็นต้องผ่านการพิจารณาและความเห็นชอบจาก “คณะกรรมการกำกับการให้บริการทางนิติวิทยาศาสตร์” ก่อน
📅 ความคืบหน้าล่าสุด
👉 เสนอเรื่องขอคัดถ่ายเอกสาร-ภาพถ่าย เข้าสู่ที่ประชุมแล้ว เมื่อ 19 ม.ค.2569
👉 คณะกรรมการฯ ให้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณา
👉 สถาบันฯ ได้ประสานและรับข้อมูลเพิ่มจากผู้ร้องขอแล้ว เมื่อปลายเดือน มี.ค.
⏳ ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่องให้คณะกรรมการฯ พิจารณา “เร่งด่วน” และคาดว่าจะสามารถแจ้งผลได้ในเร็ว ๆ นี้
✨ ยืนยันโปร่งใส ตรวจสอบได้
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ย้ำยึดหลักจรรยาบรรณวิชาชีพ และดำเนินงานบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างเท่าเทียม
#แตงโม #คดีแตงโม #นิติวิทยาศาสตร์ #กระทรวงยุติธรรม #seenews
4 months ago | [YT] | 1
View 0 replies
SeeNewsTh
“น้ำตาแห่งความดีใจ… เจ้าของโผกอดน้องกะทิ หลังได้คืนในที่สุด”
“จบลงด้วยรอยยิ้ม… น้องกะทิกลับสู่อ้อมกอดเจ้าของอีกครั้ง”
เรื่องราวดราม่าที่หลายคนติดตาม กรณี “น้องกะทิ” สุนัขที่ถูกฝากเลี้ยงไว้ เนื่องจากเจ้าของป่วยหนัก จนไม่สามารถดูแลได้ในช่วงหนึ่ง ได้ข้อสรุปที่อบอุ่นหัวใจแล้ว
หลังจากเจ้าของอาการดีขึ้นและต้องการรับน้องกะทิกลับคืน แต่กลับเกิดปัญหาขึ้น เมื่อฝั่งผู้รับฝากเลี้ยงมีการเรียกค่าเลี้ยงดูเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท ทำให้เรื่องราวกลายเป็นประเด็นร้อนในสังคม และมีประชาชนจำนวนมากให้ความสนใจ
ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้มีการนัดพูดคุยและส่งมอบ “น้องกะทิ” คืนให้เจ้าของ ที่สถานีตำรวจ สน.มีนบุรี โดยมีผู้หวังดีเข้าช่วยเหลือเคลียร์ค่าใช้จ่าย เพื่อให้เรื่องราวจบลงด้วยดี
ทันทีที่ได้พบกัน เจ้าของถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ โผเข้ากอดน้องกะทิด้วยความคิดถึง ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความอบอุ่น
เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง ที่ไม่ว่าจะผ่านเรื่องราวใดมา สุดท้าย “บ้าน” ก็ยังคงเป็นที่ที่อบอุ่นที่สุด
#น้องกะทิ
#น้องกะทิได้กลับบ้านแล้ว
#เรื่องราวอบอุ่นหัวใจ
#รักแท้ของสัตว์เลี้ยง
#หมาก็มีหัวใจ
#ทาสหมาต้องร้องไห้
#จบลงด้วยรอยยิ้ม
#ข่าวดีวันนี้
#โผกอดด้วยความคิดถึง
#บ้านคือที่ของเรา
#สายใยความผูกพัน
#ช่วยแชร์เรื่องดีๆ
#ข่าวไวรัล
#โซเชียลต้องรู้
#คนรักสัตว์
4 months ago | [YT] | 0
View 0 replies
SeeNewsTh
ปชช.บุกทำเนียบฯ กดดันรัฐ ยกเลิก MOU 43-44 จี้ปฏิรูปพลังงาน แก้ของแพง
วันนี้ (21 เม.ย. 2569) กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน นำโดยกลุ่ม คปท. พร้อมเครือข่ายแรงงานและภาคประชาชน เดินทางชุมนุมบริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและวิกฤติพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีข้อเรียกร้องสำคัญ คือให้ ยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อตกลงระหว่างไทย–กัมพูชาในประเด็นเขตแดนและทรัพยากรพลังงาน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมองว่าอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว รวมถึงเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบพลังงานทั้งโครงสร้าง เพื่อลดต้นทุนและแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ค่าไฟ และค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้ปฏิรูปรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน และปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อประชาชน
ด้านโฆษกรัฐบาลออกมายืนยันว่า รัฐบาลรับทราบข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม พร้อมเปิดรับฟังทุกความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยย้ำว่าจะนำข้อเสนอไปพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ยังไม่มีการตอบรับว่าจะดำเนินการยกเลิก MOU ตามที่มีการเรียกร้องในทันที
ทั้งนี้ ประเด็น MOU 43-44 ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับทั้งอธิปไตยของประเทศและทรัพยากรพลังงาน ขณะที่สถานการณ์ค่าครองชีพที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อรัฐบาล ซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนทวีความเข้มข้นขึ้นในระยะต่อไป
#ม็อบ21เมษา
#คปท
#บุกทำเนียบ
#ยกเลิกMOU43_44
#ปฏิรูปพลังงาน
#ของแพง
#ค่าครองชีพ
#วิกฤติพลังงาน
#การเมืองไทย
#ข่าววันนี้
4 months ago | [YT] | 4
View 0 replies
SeeNewsTh
ตำรวจเปิดคลิปเสียง “สามารถ–บิ๊กโจ๊ก” ใช้เป็นหลักฐานในคดีสำคัญ
กรณีคลิปเสียงสนทนาที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ “สามารถ” บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีรับซื้อทองคำ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างกว้างขวาง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาแถลงความคืบหน้า โดยระบุว่า คลิปเสียงดังกล่าวถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานในคดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณี “สินบนทองคำ 246 บาท” ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เนื้อหาในคลิปเป็นการสนทนาระหว่างบุคคลสองฝ่าย มีลักษณะเกี่ยวข้องกับการพูดคุยแนวทางการต่อสู้คดี รวมถึงมีบางช่วงที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเข้าข่าย กดดันหรือแทรกแซงพยาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ย้ำว่า ยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมด ทั้งในด้าน ความถูกต้องของเสียงและบริบทของการสนทนา
ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่า จะดำเนินการตามพยานหลักฐานอย่างรอบคอบและเป็นธรรม พร้อมขยายผลไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบความเชื่อมโยงในทางคดี
#บิ๊กโจ๊ก #สามารถ #คลิปเสียง #คลิปหลุด #ข่าวด่วน #ข่าววันนี้ #คดีดัง #วงการตำรวจ #สีกากีสะเทือน #คดีทองคำ246บาท #สินบน #แทรกแซงคดี #ข่มขู่พยาน #หลักฐานเสียง #คดีอาญา #กระบวนการยุติธรรม #ดราม่าร้อน #ข่าวร้อน #เรื่องใหญ่ #คนไทยต้องรู้ #ไวรัล #โซเชียลร้อน #กระแสแรง #เปิดโปง #ข่าว #ข่าวไทย #อัปเดตข่าว #ทันข่าว #ประเด็นร้อน #HotNews #ThailandNews
4 months ago | [YT] | 0
View 0 replies
SeeNewsTh
“นางรากษสเทวี” นางสงกรานต์ 2569 ดุที่สุดในบรรดาธิดาทั้ง 7 — สัญญาณปีแห่งความแปรปรวน
ในปีนี้ ตรงกับการเสด็จมาของ “นางรากษสเทวี” หนึ่งในธิดาทั้ง 7 ของ ท้าวกบิลพรหม ซึ่งตามตำราพรหมชาติกล่าวว่า นางองค์นี้ถือเป็นนางสงกรานต์ที่มีลักษณะ “แข็งกร้าว ดุดัน และทรงพลัง” มากที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด
ตำนานเล่าว่า หลังจากที่ ท้าวกบิลพรหม แพ้ปัญหาธรรมแก่ธรรมบาลกุมาร จำต้องตัดพระเศียรของตนเอง แต่เนื่องจากพระเศียรนั้นมีฤทธิ์ร้ายแรง หากตกลงพื้นโลกจะเกิดไฟไหม้ หากลอยขึ้นฟ้าจะทำให้ฝนแล้ง และหากตกในมหาสมุทรจะทำให้น้ำแห้งเหือด จึงต้องให้ธิดาทั้ง 7 ผลัดเปลี่ยนกันอัญเชิญพระเศียรแห่รอบเขาพระสุเมรุในทุกปี
การเปลี่ยนเวียนของธิดานี้เอง กลายมาเป็น “นางสงกรานต์” ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ซึ่งแต่ละองค์จะมีลักษณะ เครื่องทรง สัตว์พาหนะ และคำทำนายที่แตกต่างกันออกไป
🔥 ลักษณะของ “นางรากษสเทวี”
ตำราระบุว่า นางมักปรากฏกายในอิริยาบถที่แสดงถึงพลังและความน่าเกรงขาม บางตำรากล่าวว่า
ทรงเครื่องประดับสีเข้ม หรือโทนแดง-ดำ
พระพักตร์เข้ม ดวงตาคมดุ
ถืออาวุธหรือสิ่งของที่สื่อถึงอำนาจและการป้องกันภัย
พาหนะอาจเป็นสัตว์ที่มีความแข็งแรงหรือดุร้าย
ลักษณะโดยรวมสะท้อนถึง “พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง” มากกว่าความอ่อนโยน
🌧️ คำทำนายปี 2569
โหรหลวงได้ทำนายไว้ว่า
“ฝนตก 500 ห่า แต่ตกในโลกมนุษย์เพียง 50 ห่า”
คำว่า “ห่า” ในที่นี้ เป็นหน่วยโบราณที่ใช้วัดปริมาณฝน ไม่ได้หมายถึงคำด่าแต่อย่างใด
ความหมายเชิงลึกของคำทำนายนี้คือ
ฝนจะมี “ปริมาณโดยรวมมาก” แต่
การกระจายตัว “ไม่ทั่วถึง”
บางพื้นที่อาจเผชิญ “ภัยแล้งหนัก”
ขณะที่บางพื้นที่อาจมี “ฝนตกหนักเฉพาะจุด” หรือเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
สะท้อนถึง “ความไม่สมดุลของธรรมชาติ” อย่างชัดเจน
⚠️ ความเชื่อและลางบอกเหตุ
ในความเชื่อโบราณ หากปีใดได้นางสงกรานต์ที่มีลักษณะดุ เช่น “นางรากษสเทวี”
มักถูกตีความว่า
บ้านเมืองอาจมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
เกิดความขัดแย้ง หรือความตึงเครียดในสังคม
ธรรมชาติแปรปรวน ฝนฟ้าไม่เป็นใจ
ผู้คนต้องใช้ “สติและความอดทน” มากเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อนี้เป็นเพียง “คติเตือนใจ” ให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท
🌼 สาระที่ซ่อนอยู่ในตำนาน
แม้เรื่องนางสงกรานต์จะเป็นตำนานโบราณ แต่แท้จริงแล้วแฝงไว้ด้วย “ภูมิปัญญา”
ที่ต้องการสื่อว่า
โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ธรรมชาติไม่แน่นอน
มนุษย์ต้องรู้จักปรับตัว และอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล
ปีนี้จึงอาจเป็นปีที่เตือนให้เรา
“เตรียมรับมือกับความไม่แน่นอน” และ “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ”
✨ สรุป
การมาของ นางรากษสเทวี ไม่ได้หมายถึงความน่ากลัวเพียงอย่างเดียว
แต่คือสัญลักษณ์ของ “พลัง ความเปลี่ยนแปลง และบททดสอบ”
หากเรารับมือด้วยความเข้าใจ
ปีที่ดูเหมือนรุนแรง อาจกลายเป็นปีแห่ง “การเติบโต” ก็เป็นได้
4 months ago | [YT] | 4
View 0 replies
Load more